เดทแรกของผม ^^

posted on 16 May 2012 20:29 by dekwad  in Funny

 

 

สวัสดีครับ

 

เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสกลับไปรับประทานอาหารที่ร้าน Nippon Kai สาขา Emporium อีกครั้ง ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่บรรยากาศดีมาก ๆ อาหารอร่อย ย่อยง่าย ใครที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น แนะนำไปลองทานกันดูได้ครับ

 

วันนี้ผมไม่ได้มาชวนกินอาหาร แต่การได้กลับมาที่ Nippon Kai อีกครั้ง ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างในอดีตขึ้นมาได้ เป็นประสบการณ์น่ารัก ๆ ที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย

 

ครั้งหนึ่ง ผมเคยมาออกเดทที่นี่ครับ ^^

 

 

..........

 

 

ย้อนไปเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนโทใหม่ ๆ ยังเป็นหนุ่มโสดหน้าใสที่ครองเพศพรหมจรรย์โดยสมบูรณ์ ตั้งแต่เลิกกับแฟนคนแรกก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนมีโอกาสได้ใกล้ชิดหรือได้แตะเนื้อต้องตัวผมอีกเลย (นี่เป็นพระรึเปล่าเนี่ย)

 

ไม่ใช่ว่าผมเล่นตัวเวลามีหญิงมาจีบนะครับ แต่แบบว่าไปจีบเขาแล้วเขาไม่สนใจต่างหาก ตอนนั้นชีวิตเหงา ๆ เศร้า ๆ สามารถพรรณนาเป็นโวหารได้ดังนี้

 

 

“ตอนเช้าดื่ม ใบบัวบก แก้อกหัก        เที่ยงกินแห้ว เพราะรัก ไม่สมหวัง

ตอนเย็นทาน ระกำ ช้ำใจจัง             ดึกดึกนั่ง ทนฝืน กลืนน้ำตา”

 

 

ทุกวันกินอาหารสี่มื้อ ได้แก่ ใบบัวบก แห้ว ระกำและน้ำตา เจอมาหมดครับ ไม่ว่าจะเป็น แอบชอบเพื่อน แอบชอบแฟนคนอื่นหรือเป็นแค่ที่ปรึกษาเวลาเธอเหงา ฯลฯ (ต้องขออนุญาตใส่ไปยาลใหญ่เลยครับ เพราะบรรยายไม่หมดจริง ๆ) ผมนี่แทบโทรไป Green Wave เพื่อขอร้องพี่ฉอดให้ช่วยเปลี่ยนชื่อรายการจาก Club Friday เป็น Club Everyday ให้หน่อย พ่อจะโทรไปเล่าทุกคืนเลย  

 

ช่วงนั้นเหมือนปีชง ไม่ใช่ชงธรรมดา แต่เป็นชงแล้วชงเล่า ชีวิตรักบัดซบมาก ๆ หมอลักษณ์ฟันธงว่าราศีกรกฏจะเป็นช่วงที่ “ราหูอมดวงดาว” แต่ผมว่าไม่ใช่ น่าจะเป็นช่วงที่ “ราหูอมดวงใจ” ต่างหาก

 

ไม่ได้รู้สึกเศร้าแบบจะเป็นจะตายนะครับ แค่น้อยใจในโชคชะตานิดหน่อย ประมาณว่ามันจะอะไรกับตูนัก พอดีตอนนั้นมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนผมคนนึงชื่อแนท มันเล่าว่ามันเคยใช้บริการบริษัท Matchmaker แบบให้ทางบริษัทช่วยหาคู่ออกเดทให้และแนะนำให้ผมลองไปดู ขำ ๆ

 

แวบแรก ผมนึกถึงภาพตัวเองถูกคาดตาอยู่บนหน้า “มาลัยไทยรัฐ” เพื่อนผมมันก็ด่าว่า ไอ้โลกทัศน์แคบ (เป็นคำด่าที่แสบมาก เจ็บใจมาจนถึงทุกวันนี้) มีบริษัทจัดหาคู่ที่มืออาชีพกว่านั้น ว่าแล้วมันก็ให้ Website ของที่นี่มา

 

 

“MeetNLunch”

 

 

MeetNLunch เป็นบริษัท Matchmaker บริการจัดหาคู่ออกเดทที่เหมาะสมกับเรา แล้วนัดไปออกทานข้าวกันมื้อนึง ซึ่งตอนนี้ MeetNLunch มีรายการทีวีแล้วชื่อว่ารายการ Take Me Out เคยดูกันเปล่า รายการที่มีผู้ชายหนึ่งคนยืนให้ผู้หญิงสามสิบคนพูดจาแทะโลม รายการนี้มาตอนบ่ายวันเสาร์ มีน้าเนคกับกาละแมเป็นพิธีกร ผมว่ารายการนี้ตลกดีนะ รู้สึกเลยว่าการที่ผู้หญิงมารวมตัวกันนี่น่ากลัวจริง ๆ

 

ตอนแรกผมก็ไม่คิดจะใช้บริการจัดหาคงจัดหาคู่อะไรนะครับ แค่อยากเข้าไปดูWebsite เฉย ๆ แต่พอเห็นภาพสาวโสดในนั้นแล้วแทบจะร้องออกมาดัง ๆ แบบพี่บี้ว่า “แจ่ม แจ่ แด่ม แจ่ม ว้าว” แต่ละคนนี่น่ารัก ๆ ทั้งนั้น

 

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง ผมเลยลองสมัครเข้าไป ก็มีการกรอกข้อมูล ประวัติส่วนตัวและทำแบบทดสอบนิดหน่อย วันรุ่งขึ้นก็มีพนักงานจาก MeetNLunch โทรมานัดให้ผมเข้าไปสัมภาษณ์ที่บริษัท ผมก็ถามว่าสัมภาษณ์นี่ต้องเตรียม Resume ไหม น้องเขาหัวเราะแบบเฝื่อน ๆ และตอบว่าเตรียมแค่สำเนาบัตรประชาชนและวุฒิการศึกษา ไม่ต้องใช้ Resume ค่ะแล้ววางสายไป

 

วันรุ่งขึ้น ผมก็ไปที่ MeetNLunch ที่ตึกอมรินทร์ ทาวเวอร์ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ มาถึงก็มีพนักงานมาเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปนั่งรอในห้องรับรอง ไอ้เราก็ยืดอก เบ่งเต็มที่ นาน ๆ จะมีคนมาให้เกียรติอย่างนี้ซักทีนึง รู้สึกภาคภูมิมาก ๆ ซักพักก็มีสาวสวย บุคลิกภาพดี ท่าทางคล่องแคล่วเข้ามาในห้อง พนักงานก็แนะนำว่า

 

 

นี่คุณอุ๊ยค่ะ

 

 

สวัสดีครับ

 

 

ผมตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

 

ส่วนนี่คุณปาลินค่ะ รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของคุณอุ๊ยนะคะ

 

 

สวัสดีครับ คุณปลานิล

 

 

ดิฉัน ปาลินค่ะ

 

 

เป็น First Impression ที่ดีมาก

 

 

ไม่ทราบว่าคุณอุ๊ยรู้จัก MeetNLunch มาก่อนรึเปล่าคะ

 

 

ครับ ผมเคยเห็นออกรายการทีวีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

 

 

นั่นไม่ใช่ค่ะ นั่นเป็นบริษัทคู่แข่งของเราค่ะ” 

 

 

นอกจาก First Impression แล้ว Second Impression ก็เลวไม่แพ้กัน 

 

หลังจากนั้นผมก็ตระหนักได้ว่าผมควรพูดให้น้อยเข้าไว้ เราสองคนนั่งลงและเริ่มต้นการสัมภาษณ์

 

 

เริ่มจากประวัติส่วนตัว ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น วันเกิด น้ำหนัก ส่วนสูง เชื้อชาติ ศาสนา ครอบครัว การศึกษา อาชีพ กิจกรรมที่ชอบ รถที่ขับ โทรศัพท์ที่ใช้ สัตว์เลี้ยง อุปนิสัย ข้อดีข้อเสียของเรา บลา ๆ ๆ ถามละเอียดมากถึงขั้นว่าพ่อแม่รับลูกสะใภ้คนไทยได้มั้ย

 

ผมว่าเขาใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ดีนะ มีความ Professional มาก จนผมรู้สึกอยากหาแฟนแบบจริง ๆ จัง ๆ ซะแล้วสิ

 

การสัมภาษณ์ดำเนินมาเรื่อยจนถึง Part เกี่ยวกับสเปคสาวที่ชอบ คุณปาลินก็ถามหมดเลย ชอบผู้หญิงแบบไหน สูงต่ำ ดำขาว ผิวสีน้ำผึ้งได้มั้ย ชอบผอมหุ่นดีหรืออวบอั๋น ชอบหมวยตาตี่หรือสาวเข้มตาคม ชอบสาวหวานน่ารักหรือสาวเปรี้ยวเซ็กซี่ นิสัยต้องเป็นไง รักสัตว์ เล่นดนตรีกีฬา ชอบท่องเที่ยว ชอบช็อปปิ้ง ขี้วีน กินเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืนได้ไหม ถ้าต้องเดินทางบ่อย ๆ ไม่ค่อยมีเวลาให้จะเป็นอะไรมั้ย อยากได้แบบไหน ไม่อยากได้แบบไหน ว่ามา

 

ส่วนนี้ผมจัดเต็มมากครับ แสดงความหื่นออกไปอย่างเต็มที่ เข้าใจถึงคำว่าเลือกได้ ครั้งแรกในชีวิต เพลิดเพลินยิ่งกว่าเดินเล่นในสวนสนุก Disney เลือกสเปคแบบไม่ได้เห็นใจ Matchmaker เลยว่าเขาจะลำบากในการหาคู่เดทแค่ไหน

 

สัมภาษณ์เสร็จก็มีการส่งมอบเอกสารและเซ็นสัญญากันนิด ๆ หน่อย ๆ (เพื่อความปลอดภัยของฝ่ายหญิง 555+) ก็เสร็จสิ้นในส่วนของการสัมภาษณ์

 

 

ผมกลับได้เลยใช่ไหมครับ

 

 

ยังค่ะ เดี๋ยวเชิญคุณอุ๊ยลงไปถ่าย VTR แนะนำตัว

 

 

เอ่อ.....มีถ่าย VTR ด้วยรึนี่!!

 

วันนั้นแต่งตัวได้สกปรกมากครับ ผมยาวกระเซิงแถมไม่ได้สระด้วย ชุดที่ใส่ก็เหมือนยืมคนสวนข้างบ้านมา ผมเลยบอกพี่ตากล้องให้พยายามโฟกัสที่หน้าของผมไว้ อย่าถ่ายเสื้อผ้า

 

เฮ้อ หน้าตาดีช่วยไว้แท้ ๆ

 

ถ่ายเสร็จเรียบร้อยก็แยกย้ายกลับบ้าน ทาง MeetNLunch จะนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์ไปลงใน database เพื่อค้นหาคู่เดทที่เหมาะสมที่สุด และตรงสเปคที่สุดต่อไป

 

 

..........

 

 

สองอาทิตย์ผ่านไป ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก MeetNLunch

 

ตอนนั้นรู้สึกผิดมากที่เพลิดเพลินกับการตั้งสเปคมากไปหน่อย จนลืมชะโงกดูเงาตนเอง ตอนนั้นบอกไปแค่ว่าชอบผู้หญิง ขาว สูง ผมยาว หุ่นดี Sexy นิด ๆ น่ารัก อ่อนหวาน คุยเก่ง ไม่ขี้วีน รักสัตว์ ทำอาหารอร่อย ชอบท่องเที่ยว ธัมมะธัมโมและเป็นแอร์โฮสเตส แค่นี้เอง

 

เอ่อ นี่เมิงเลือกยิ่งกว่า ณเดช เสียอีก สเปคสูงมาก คือแอร์โฮสเตส ตัวสูง หุ่นดี แต่ตัวเองตัวสั้นป้อมยังกับมะขามครึ่งข้อ สมแล้วที่ป่านนี้เขายังหาคู่เดทให้ไม่ได้

 

รู้สึกสงสาร Matchmaker ขึ้นมาจับใจ

 

 

..........

 

 

สามอาทิตย์ผ่านไปจนผมเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ก็มีโทรศัพท์จาก MeetNLunchเข้ามาบอกว่าสามารถหาคู่เดทที่ตรงสเปคผมได้แล้ว ชื่อน้องเฟิร์น เป็นแอร์โฮสเตสสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง (ยังอุตส่าห์หามาให้ได้อีกเนาะ สุดยอดจริง ๆ) แล้วก็แนะนำประวัติส่วนตัวโน่นนั่นนี่ พร้อมกับนัดวันเดทให้ ส่วนสถานที่ทาง MeetNLunch จองไว้ให้ที่ Nippon Kai สาขา Emporium นี่แหละครับ

 

ผมรู้จักร้าน Nippon Kai ครั้งแรกก็เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ตอนแรกได้ยินพนักงานบอกว่าให้ไป กินไก่ ที่ Emporium ผมก็งง ๆ ว่าให้ไปกินไก่อะไร ที่แท้เป็นชื่อร้านอาหารญี่ปุ่น Nippon Kai นี่เอง

 

นัดวัน เวลา สถานที่เสร็จสรรพ ก็มีการซักซ้อมความเป็นสุภาพบุรุษกันนิดหน่อยว่าต้องทำตัวยังไงบ้าง แต่งกายแบบไหน วางกิริยามารยาทอย่างไร เรื่องไหนควรพูดไม่ควรพูด ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมาก เพิ่งรู้นะว่าเวลาไปเดทเนี่ย ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงข้าว ปกติเวลาไปกินข้าวผมเอาเครื่องคิดเลขมากดหารสองตลอดเลย

 

หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้น เดทของผมก็มาถึง รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยออกเดทแบบจริงจังอย่างนี้มาก่อน นัดกินข้าวตอนเที่ยงแต่ผมนี่ไปตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด ไปยืนมือไม้สั่นกับ รปภ. หน้าประตู

 

ก่อนเวลาเดทประมาณ 1 ชั่วโมง ทาง MeetNLunch ก็ส่งเบอร์ของน้องเฟิร์นมาให้ ผมนั่งรอที่ร้านซักพัก น้องเฟิร์นคนสวยก็เดินเข้ามา

 

ผมลุกขึ้นต้อนรับด้วยความตกตะลึง น้องเฟิร์นน่ารักมาก สูง ขาว หุ่นดีตามสไตล์แอร์โฮสเตส เราสองคนนั่งกินข้าว พูดคุยกัน กินเสร็จก็ออกไปเดินเล่น ดูหนัง จนถึงค่ำ ๆ ค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน

 

ไม่รู้น้องเฟิร์นคิดยังไง แต่ผมรู้สึกประทับใจมากครับ

 

 

..........

 


หลายเดือนต่อมา เรายังคงติดต่อกันอยู่ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เราเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีต่อกัน การกลับมาที่ Nippon Kai อีกครั้ง ทำให้ผมนึกถึงความทรงจำดี ๆ ครั้งนั้นขึ้นมาได้ เลยมาเล่าสู่กันฟัง

 

ต้องขอขอบคุณ MeetNLunch ด้วยนะครับสำหรับประสบการณ์ดี ๆ อย่างนี้ เพื่อน ๆ คนไหนที่โสดอยู่ลองไปใช้บริการได้นะครับ

 

ผมว่าบางครั้งการที่เรายังคงโสดหรือยังไม่มีแฟนเนี่ย ไม่ใช่เพราะว่าเราหน้าแย่ นิสัยไม่ดี มีกรรมเก่าหรือเป็นเรื่องลิขิตฟ้าชะตาสวรรค์อะไรหรอก 

 


บางที โลกใบนี้อาจกว้างใหญ่เกินกว่าที่เราจะตามหาใครคนนั้นเพียงลำพังก็ได้ ^^