ความทรงจำเกี่ยวกับ "แปะพวยอิ๊ว"
posted on 11 Feb 2009 11:29 by dekwad in One-Day-With-Ouiณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านกรุงเทพมหานคร (กว้างมาก)
เพื่อนอุ๊ย : ไอ้อุ๊ย ทำไมมึงไม่เอา "แปะพวยอิ๊ว" ใส่กระเป๋ากางเกงวะ ใส่กระเป๋าเสื้อเวลามึงก้มเด๋วก็หล่นหายหรอก
อุ๊ย : ... (เออ ทำไมกรูไม่เอาแปะพวยอิ้วใส่ในกระเป๋ากางเกงวะ)
ภาพความคิดสีซีเปียได้ผุดขึ้นในสมองของชายที่ชื่อว่าอุ๊ย
แต่น แต่น แต๊น
"แปะพวยอิ้ว" เป็นยาน้ำของจีน บรรจุอยู่ในขวดใสเล็กๆ (ไม่รู้รู้จักกันรึเปล่า)
เป็นยาน้ำใสที่มีกลิ่นแรง ใช้บรรเทาอาการหวัดคัดจมูก หรือทาบริเวณกระหม่อมแก้วิงเวียนศรีษะ
ถ้านึกกันไม่ออกก็ให้นึกถึง "วาเป๊กแบบน้ำใสๆ" อารมณ์ประมาณนั้นแต่ว่า "แปะพวยอิ้ว" กลิ่นแรงและเข้มข้นกว่าเยอะ
ผมเป็นลูกหลานชาวจีน เติบโตมากับน้ำยาแปะพวยอิ้วนี่แหละ
หายใจไม่ออก เวียนหัว ปวดท้อง คิดอะไรไม่ออกก็เอาอีนี่ป้ายเข้าไป จะรู้สึกว่าหายปวดไปเอง (แต่แสบร้อนแทน 55+)
บางครั้งทาตรงกระหม่อม แต่เผลอเอามือป้ายไปโดยตา โอ้คุณพระ น้ำตาไหลเอ่อนองเลย แสบมากก
ภาพความคิดสีซีเปียของผมย้อนกลับไปสมัยที่ผมอยู่ ม.1
ตอนนั้นเป็นเด็กน้อยผมเกรียน ที่จับผลัดจับผลูสอบเข้าเตรียมพัฒน์ฯได้ เลยเรียนต่อระดับมัธยมที่นั่น
วันนั้นเป็นวันสอบวิชาอะไรซักวิชานึง ผมพกแปะพวยอิ๊วใส่กระเป๋ากางเกงเข้าห้องสอบ (เมิงพกแปะพวยอิ๊วแต่ไม่พกความรู้)
ระหว่างที่ผมทำข้อสอบผมรู้สึกได้ว่า "วันนี้ลมแรงและลมเย็นดีจัง"
ทำข้อสอบอีกซักพัก ผมเริ่มเย็นวาบบริเวณต้นขา
ต้องนึกภาพเด็กชายชั้นมัธยมนะครับ ต้องใส่กางเกงขาสั้น ถุงเท้าตึงๆยาวๆหน่อย (แฟชั่นสมัยนั้น)
ตอนนั้นผมรู้สึกเย็นวาบมากๆ จนเฮ้ย มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับผมแน่นอน
ผมค่อยๆเอามือลูบบริเวณต้นขา พบว่ามีน้ำใสๆ (ผมหวังว่าทุกท่านที่อ่านคงไม่ได้กำลังคิดอะไรทะลึ่งๆอยู่นะครับ)
ผมค่อยๆเอามือล้วงเข้าไป
ในกระเป๋ากางเกงของผม
ผมสัมผัสบางสิ่งในนั้นอย่างแผ่วเบา รับรู้ได้ถึงรูปทรงของมันเป็นเม็ดกลมๆเล็กๆ
"เฮ้ย นี่มัน!!"
ผมรีบควักมันออกมาด้วยความตกใจ
"ห่า"
"ฝาแปะพวยอิ๊ว!!"
ผมปิดมันไม่สนิท ฝามันเลยหลุดออกมา เลยหกเลอะต้นขาผม
ผมรีบหยิบตัวขวดแปะพวยอิ๊วขึ้นมาดู
"โว้ว นี่กรูเพิ่งเปิดขวดใหม่"
"เหลือครึ่งเดียวเอง!!"
คงไม่ต้องเดากันเลยว่าน้ำยาอีกครึ่งขวดกำลังเลอะสิ่งใดอยู่
เวรกรรมมาก
ผมรีบปิดฝาขวดแล้ววางไว้บนโต๊ะ
ถ้าใครเคยใช้จะรู้ว่าถ้าน้ำยามันระเหยไปแล้ว มันจะรู้สึกเหนียวๆกระดึบๆ ยังไงบอกไม่ถูก
ผมนั่งทำข้อสอบต่อ
ตอนนั้นลมก็แรงเหลือเกิน นี่กรูอยู่กรุงเทพนะ ไม่ใช่พัทยาเหนือ
ยิ่งพัดก็ยิ่งเย็นวาบ เย็นวาบ น้ำยาที่ต้นขาก็เริ่มเผ่ขยายกระซ่านกระเซ็น ออกไปเป็นวงกว้าง
กว้างจริงๆ ซักพักก็ลามจนไปถึงบริเวณที่เราจะเรียกให้น่ารักๆว่า "อุ๊ยน้อย" (คล้ายๆช้างน้อยแต่ก็เจียมใจว่าคงไม่อะไรขนาดเท่าช้างนั่น)
(คงไม่ต้องมีคำบรรยายนะครับ)
(เด็กอายุไม่เกิน 20 ปี ผู้ปกครองควรให้คำชี้แนะ)
โอ้ว ถ้าอุ๊ยน้อยพูดได้ เค้าคงร้องไห้และกล่าวว่า "แสบจริงๆเลยจ้า"
ลมแมร่งก็พัดเอาพัดเอา
บิดขาก็แล้ว นั่งไขว้ห้างก็แล้ว อะไรๆก็แล้ว มันก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น
ตอนนั้นมีสมาธิในการทำข้อสอบสุดๆเลยล่ะ
มันเป็นอะไรที่แสบร้อนจริงๆนะ นั่งอยู่อย่างนั้นอ่ะจนทำข้อสอบเสร็จ
พอส่งข้อสอบก็รีบออกไปหาที่ที่อับลมหน่อยแล้วทำสมาธิ
จนกระทั้งหลายชั่วโมงถัดมา อุ๊ยน้อยก็หายดี
หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่ค่อยได้พกแปะพวยอิ๊วเท่าไร
ถ้าผมเกิดปวดท้อง ปวดหัว มีความจำเป็นต้องพก ผมก็จะปิดฝาให้รัดกุมและหลีกเลี่ยงการใส่ในกระเป๋ากางเกงตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
แต่น แต่น แต๊น
เพื่อนอุ๊ย : "เฮ้ย มึงคิดอะไรอยู่วะ"
อุ๊ย : "ปะ...เปล่า แล้วมึงยุ่งอะไรวะ กรูใส่แปะพวยอิ๊วในกระเป๋าเสื้อมึงเหรอ?"
ทั้งสองคน : 55
สองหนุ่มเดินจากไป ทิ้งภาพความทรงจำสีซีเปียค่อยๆเลือนหายไป
ป.ล. ท่านสามารถหาซื้อแปะพวยอิ๊วได้ ตามห้างขายยาชั้นนำทั่วไป

#1 By Johnny on 2009-02-21 17:01