กลับมาเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับวัดกันบ้าง (ให้สมกับเป็นเด็กวัดหน่อย) หลังจากที่หลุดพ้อยไปเขียนเรื่องโน่น เรื่องนี่มานานหลายเอนทรี่ คราวนี้จะนำเสนอเรื่องเกียวกับการทำ "สังฆทาน" เป็นการทำบุญยอดฮิตอย่างนึงของคนไทย

การทำ "สังฆทาน" ในความหมายของคุณคืออะไร

วันนึงเกิดอยากทำบุญ เลยไปซื้อถังสีเหลืองๆที่เรียกกันว่า "ถังสังฆทาน" โดยที่ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร เห็นแต่กล่องกระดาษทิชชู่โผล่ออกมา มีแผ่นพลาสติกปิดถังไว้ เดินไปที่วัด กล่าวคำถวายกับพระ กรวดน้ำ รับพร อิ่มบุญกันทั่วหน้า

การทำสังฆทานในความหมายของคนทั่วๆไปน่าจะเป็นแบบนี้

แต่จริงๆแล้ว "สังฆทาน" หมายถึง การถวายทานแก่สงฆ์โดยไม่เจาะจงว่าจะถวายให้กับรูปใดเป็นพิเศษ

ทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าเคยตรัสเกี่ยวกับการทำสังฆทานไว้ว่า "ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าร้อยครั้ง ผลบุญยังน้อยกว่าทำสังฆทานแม้เพียงครั้งเดียว"

ก็เพราะว่าหากเราทำบุญถวายทานแก่หมู่สงฆ์โดยไม่เจาะจง ถือว่าเป็นการทำนุบำรุงสืบทอดศาสนาอย่างแท้จริง

เคยได้ยินโยมบางคนพูดว่า "เดี๋ยวไปถวายสังฆทานกับหลวงตา..." อันนี้เป็นความเข้าใจผิดนะครับ การถวายทานแบบเจาะจงอย่างนี้ไม่ใช่ "สังฆทาน" แต่เป็น "ปาฏิปุคคลิกทาน" (เจาะจง) ต่างหาก

....................

เอาล่ะต่อไปมาดูกันว่าในถังสังฆทานมีอะไรบ้าง

จากการที่ผมเคยบวชเรียนอยู่เกือบ ๗ เดือน รับประเคนถังสังฆทานมาก็หลายถัง แต่เชื่อมั้ยว่าผมไม่เคยได้ใช้อะไรจากถังสังฆทานเลย!!

ตอนบวชแรกๆยังเป็นพระใหม่อยู่ ก็ค่อนข้างขาดข้าวของเครื่องใช้เหมือนกัน พอรับประเคนถังสังฆทานมาก็หวังพึ่งของในถังนี่แหละ แต่พบว่ามันพึ่งไม่ได้เลย

เริ่มจาก "น้ำขวด" เคยเอาจากในถังมาดื่มเหมือนกัน ประมาณว่า "นี่เอาไว้ให้อาตมาดื่มหรือว่าเอาไว้ซักจีวรเนี่ย" กลิ่นผงซักฟอกแรงมากกกครับ ผมว่าผงซักฟอกคงไม่ได้ไปผสมอะไรในน้ำนั่นหรอก แต่กลิ่นมันนี่สิไปติดที่ขวด ทำให้ดื่มไม่ลงเลยจริงๆ

ต่อมา "ผ้าอาบน้ำฝน" ช่วงระหว่างเข้าพรรษาถึงออกพรรษา มีบทบัญญัติไว้ว่าต้องครองผ้าอาบน้ำฝน บางคนอาจงงว่าผ้าอาบน้ำฝนเป็นยังไง เป็นผ้าคล้ายๆผ้าขาวม้าของโยมอ่ะ แต่เป็นสีส้มๆ สำหรับพระไว้นุ่งตอนอาบน้ำ (อาบน้ำเฉยๆไม่ต้องน้ำฝนก็ได้)  ซึ่งผ้าอาบน้ำฝนในถังสังฆทานส่วนใหญ่นั้นผืนเล็กมากจริงๆ ใช้ไม่ได้เลย (ถ้าใช้ต้องเลือกเอาว่าจะปิดส่วนหน้าหรือว่าส่วนหลัง) และที่สำคัญมันบางมาก ไม่ต้องเปียกน้ำก็เห็นซีทรูแล้วล่ะ ถังสังฆทานร้อยใบใช้ผ้าอาบน้ำฝนจริงได้ไม่ถึงสิบใบหรอกเชื่อป่ะล่ะ บางถังมองจากด้านนอกพับอย่างเรียบร้อย พอเปิดออกมา เอ่อ ไม่ได้พับ มันกว้างยาวแค่นั้นจริงๆ (เล็กยังกะผ้าเช็ดหน้า) โยมขายถังสังฆทานก็เข้าใจหลอกพระเนอะ

ส่วนพวกของกินที่อยู่ในนั้น ก็ต้องดูดีๆ บางอันก็หมดอายุไปนานแล้ว ยังมาถวายพระอีก พระเกิดฉันเข้าไปคงอิ่มบุญกันทั่วหน้า

มีอีกหลายอย่างในถังสังฆทานที่พระท่านใช้ไม่ได้ โยมคนจัดถังสังฆทานก็จริงๆเลย มาหากินอะไรอย่างนี้ ไม่กลัวบาปกลัวกรรม บางถังเห็นของเยอะจนล้นออกมาด้านนอก พอเปิดดูข้างใต้ยัดกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ จริงๆเลยมนุษย์

....................

เอาล่ะ ผมไม่ทราบว่าจะจัดการกับคนขายถังสังฆทานเหล่านี้ยังไง แต่ผมสามารถแนะนำคนที่มีจิตศรัทธาที่อยากทำบุญได้ จริงมั้ย

ถังสังฆทานที่ดีที่สุดคือถังสังฆทานที่เราเป็นคนจัดเอง อาจจะลำบากและเสียเวลานิดหน่อย แต่เชื่อผมเถอะว่าดีกว่า ของที่เราตั้งใจคัดสรรมาเป็นอย่างดีจะเป็นประโยชน์และพระสามารถนำไปใช้ได้จริงๆ (ถังที่ไปซื้อมั่วๆ นอกจากไม่ได้บุญ อาจเป็นบาปด้วยซ้ำ)

คำถามแรกก็คือ "จะจัดถังสังฆทานเราจะไปหาถังสีเหลืองได้ที่ไหน??" จริงๆแล้ว "สังฆทาน" กับ "ถังสีเหลือง" เป็นคนละเรื่องกัน ถังนั้นเหมือนเป็นภาชนะไว้ใส่ของเฉยๆ (พระท่านสามารถนำถังนี้ไว้ซักสบงจีวรหรือใส่น้ำรดน้ำต้นไม้ได้) ที่เป็นถังสีเหลืองก็เพราะว่าสีเหลืองเป็นสีที่สุภาพเหมาะกับวัด (จริงๆแล้วจะใช้สีบานเย็นหรือเขียวสะท้อนแสงก็ได้ แต่ว่ามันก็ไม่ค่อยสุภาพ) ภาชนะที่ใส่ของไม่จำเป็นต้องเป็นถังก็ได้ อาจเป็นกล่องหรือถุงผ้าถุงพลาสติกอะไรก็ได้ ไม่ซีเรียส

ส่วนของที่ใส่ คิดเอาเองได้เลยว่าอะไรน่าจะเป็นประโยชน์ต่อพระ ท่านสามารถนำไปใช้ได้ 

ผมจะขอแนะนำของที่พระจำเป็นต้องใช้แต่ไม่ค่อยมีโยมถวายจากประสบการณ์ตรงของผมเองให้แล้วกัน

  • ใบมีดโกน เป็นสิ่งที่พระจำเป็นต้องใช้มากๆ เพราะท่านต้องปลงผมทุกเดือนหรือกึ่งเดือน แต่น่าแปลกที่ว่าผมไม่เคยเห็นใครถวายเลย ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แท้ๆกลับไม่ค่อยมีโยมถวายกัน ตอนนั้นผมก็ต้องไปซื้อเองตลอด มีดโกนที่ใช้ปลงผมนั้นจะใช้ยี่ห้อ "ขนนก" ซึ่งว่ากันว่าโกนได้เนียนและไม่ค่อยบาดหนังศรีษะซักเท่าไร นอกจากโกนผมก็ต้องโกนหนวด ซึ่งน่าจะใช้แบบไหนก็ได้ (บางคนเค้าถือว่าไม่ให้ถวายของมีคมกับพระมั้ง ที่เคยได้ยินมานะ แต่ถ้าใครไม่ถือก็ถวายมีดโกนได้ จำเป็นจริงๆ)
  • รองเท้า ผมบวชเกือบ ๗ เดือน เปลี่ยนรองเท้าไปสามคู่ คู่แรกที่ได้ตั้งแต่ตอนบวชดันไปใส่สลับไว้ตอนฉันเพลที่บ้านโยม ต่อมาคู่นั้นหายไประหว่างสวดอภิธรรม (โยมใส่ของอาตมาไป) หลวงพี่รูปอื่นก็บ่นกันเยอะเรื่องรองเท้าหายหรือสลับกัน รองเท้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการทำทานถวาย (อาจจะเลือก size ยากหน่อยนะ)
  • เครื่องเขียน สมัยนี้พระสงฆ์ต้องเรียนกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบาลีหรือนักธรรม ฉะนั้นพวกเครื่องเขียนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ (ตอนผมบวช โยมถวายปากกาแต่ไม่ได้ถวายกระดาษ - -" มีอะไรต้องไปจดตามกล่อง)
  • หมอน อันนี้ก็ไม่เคยเห็นใครถวายเหมือนกันนะ หมอนของพระส่วนใหญ่จะมีมาตั้งแต่ตอนบวช (ให้แฟนหรือคนรักเป็นคนถือ) หลังจากนั้นมาก็ใช้ใบนั้นมาเรื่อยๆ พระใหม่บวชไม่นานก็ไม่ค่อยเท่าไร หลวงพี่ที่อยู่มาหลายๆพรรษาแล้วนี่สิ ต้องใช้แต่หมอนใบเดิม นุ่นก็ระเหยหายไปทุกวัน ถวายหมอนบ้างก็แปลกดีเหมือนกันนะ แต่ท่านได้ใช้จริงๆ ทั้งนี้รวมไปถึงผ้าห่มด้วย หน้าหนาวแค่จีวรเอาไม่อยู่จริงๆ 
  • ยาสระผม!! โยมจะไม่ค่อยถวายมานะเพราะคิดว่า "พระไม่มีผม" แต่ถึงแม้จะไม่มีผมยังไง ก็ต้องทำความสะอาดบริเวณศรีษะกันบ้างแหละ ซักสองสามอาทิตย์ผมก็ขึ้นบ้างแล้ว ยาสระผมนี่ก็ขาดแคลนเหมือนกัน พระบางรูปบางท่านก็แก้ขัดโดยการใช้สบู่สระผมแทน (น่าจะได้ละมั้ง)

นอกนั้นอย่างอื่นก็มีญาติโยมถวายกัน ไม่ขาดเหลืออะไร

อย่างที่กล่าวมาแหละครับ ถ้าอยากทำบุญถวายสังฆทาน ผมแนะนำให้มาจัดกันเอาเองดีกว่า ใส่อะไรก็ได้ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่าน ท่านสามารถนำไปใช้ได้ บุญที่ตั้งใจทำจริงๆ อานิสงส์ย่อมเกิดมากกว่าอยู่แล้วล่ะครับ

ช่วงปิดเทอมนี้ ถ้าว่างๆก็เข้าวัดทำบุญกันบ้างก็ดีนะครับ

บุญรักษา 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จะว่าไป เราเป็นคนไม่ค่อยเข้าวัด
เลยถวายสังฆทานไม่เป็น ฮ่าๆๆ
อยากทำบุญวิธีนี้เหมือนกัน *0*


มีสาระดี ชอบๆ
เอาไปเลย...Hot!

#1 By HARUNAKYO. on 2009-03-10 20:09

ช่วงนี้ดวงไม่ค่อยจะดี

กำลังจะไปถวายสังฆทานชุดใหญ่อยู่พอดีค่ะ

ได้จังหวะกับเอนทรีนี้จริงๆ

ยังไงก็ขอบคุณนะคะ

ประสบการณ์บวชเรียนนี่ไม่รู้จะไปหามาจากไหนจริงๆ

#2 By frogchocolate on 2009-03-10 22:21

ความรู้ใหม่หลายสิ่งเลยค่ะ
จะำจำไปใช้นะคะ
big smile

#3 By แอ้ on 2009-03-11 00:55

เคยคิดจะจัดเองเหมือนกันแต่ติดที่ห่อไม่เป็น
ไอ้คนบาปพวกนี้ก็เหลือเกิน ขำว่ะ คือคนซื้อไม่รู้หรอก คนรับ (พระ) รู้ก็คงพูดอะไรไม่ได้
ร้าย

#4 By (210.1.34.226) on 2009-03-11 17:14

เห็นด้วยๆๆๆ

คนจัดสังฆทานน่ะแย่มาก
แต่ดีที่เด๋วนี้คนรู้ทันเยอะและ

อย่างแม่แก้มอ่ะ
จัดเองทุกครั้งเลยยย

#5 By Guancia (58.8.90.53) on 2009-03-11 19:39

ดีดีดี
รู้แบบนี้ก้อดี
ต่อไปนี้จะถวายแต่ของสีบานเย็นเป็นสังฆทาน

555+

#6 By (203.144.180.66) on 2009-03-11 21:27

เป็นประโยชน์อะ

ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพระคิดยังไง
ชัดดี พี่อุ๊ย คราวหน้าจะได้ถวายแค่ของที่เป็นประโชยน์เนอะ

#7 By แนน (58.9.151.82) on 2009-03-16 22:31

confused smile

#9 By Dhammasarokikku on 2009-08-15 12:42