คุณเผาอะไรในวันเช็งเม้ง??
posted on 15 Mar 2009 21:20 by dekwad in One-Day-With-Ouiเข้าสู่ช่วงเทศกาลเช็งเม้งแล้ว ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนต่างก็เตรียมตัวไปไหว้บรรพบุรุษที่ฮวงซุ้ย (สุสาน) ของครอบครัวของตนตามประเพณีแค่โบร่ำโบราณ
ผมเองก็เป็นจีน 75% มีแค่คุณยายที่เป็นคนไทยแท้ นอกนั้นคุณปู่ คุณย่า คุณตาเป็นชาวจีนเดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งสิ้น
ดังนั้นครอบครัวผมจึงไม่พลาดที่จะเข้าร่วมเทศกาลเช็งเม้งนี้ โดยผมต้องไปเช็งเม้งปีละ 3 ที่ คือที่สมุทรปราการ(ปู่ ย่า) ชลบุรี(ตา ยาย) และอยุธยา(ทวด) ใช้เวลาสามอาทิตย์ตลอดเดือนมีนาคม
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ไปซื้อของไหว้กับคุณแม่ที่ร้านขายของแห่งหนึ่ง
ร้านนี้มีอะไรเจ้แกขายหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหอม เม็ดกวยจี๊ ลำไยกระป๋อง ธูปเทียน ตีจูเอี๊ย (เจ้าที่) ฯลฯ
ผมเดินชมรอบๆร้านระหว่างที่คุณแม่เลือกซื้อของ รู้สึกตกตะลึงกับของที่ขายได้หลากหลายมากๆ (ยังกะจีฉ่อย)
ไปสะดุดตากับ "ของที่ใช้เผาให้กับคนตาย"
ธรรมเนียมจีนมีความเชื่อว่าบรรพบุรุษอากงอาม่าที่ตายไปแล้วจะไปอยู่บนสวรรค์ ช่วงเช็งเม้งจะได้กลับมาบนโลกมนุษย์ ลูกหลานก็จะถือโอกาสนี้ไปกราบไหว้กัน (ตามที่ผมเข้าใจนะ)
ส่วนใหญ่มักจะเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้โดยมีความเชื่อว่าเป็นการส่งให้กับผู้ตายได้เอาไปใช้บนสวรรค์
กระดาษเงินกระดาษทองไม่ค่อยเท่าไรหรอกครับ เพราะผมคิดว่า เออ อากงอาม่าน่าเอาเงินทองพวกนี้ไปใช้ได้
แต่ที่ผมเห็นในร้านขายของนี่สิ รู้สึกว่า
มันใช่เหรอเนี่ย?? (แบบขำๆ)
มีอะไรบ้างลองมาดูกัน
1. ธนบัตร
ธนบัตรน่าจะเป็นสิ่งที่ดัดแปลงมาจากกระดาษเงินกระดาษทองตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
แต่มูลค่าบนแบงค์นี่สิ่งที่ผมตกกะใจ
1,000,000,000,000
ถ้าผมไม่ได้ตาฝาด มันมีมูลค่า ล้านล้าน!!
ไม่ใช่แค่ใบเดียวนะครับ แพ๊คนึงมีเป็นปึกเลย
ทำไมสวรรค์ค่าครองชีพสูงขนาดนี้!!!
เกิดซักร้อยครอบครัวซื้อแพ๊คนี้เผาไปให้ ผมเชื่อว่าสวรรค์ต้องเกิดภาวะเงินเฟ้อแน่นอนครับ
เหล่าเซียนต้องทำงานหนักหน่อยนะครับ ไม่งั้นเศรษฐกิจบนสวรรค์แย่เหมือนบนโลกมนุษย์แน่ๆ
2. บัตรเครดิต
แบงค์ล้านล้านบาทก็ยังไม่พอใช้หรือเนี่ย ยังต้องเผาบัตรเครดิตไปให้อีก
แว๊บแรกที่ผมเห็นสิ่งนี้ ผมนึกถึงสองสิ่งที่คิดว่าต้องมีในสวรรค์แน่ๆ
"สถาบันการเงิน" กับ "ห้างสรรพสินค้า"
สถาบันการเงินต้องมีเพราะว่าจะได้ใช้บัตรเครดิตได้ ส่วนห้างสรรพสินค้าก็คงต้องมีเหมือนกัน ไม่งั้นจะเอาเงินตั้งมากมายไปทำอะไร
ถ้าใครซื้อชุดบัตรเครดิตนี้ไป ให้เขียนโน้ตไปบอกอากงอาม่าด้วยว่า "ระวังโจรแอบขโมยข้อมูลบัตรเครดิตนะนะ หลานเป็นห่วง" 55+
3. เสื้อผ้าต่างๆ
อันนี้มีมากจนต้องแยกเป็นอีกโซนนึงเลยครับ
มีเสื้อผ้าหลากหลายแบบมากกกกกกกก ถ้าห้าง Plattinum มาเห็นคงต้องอาย
เสื้อผ้าแยกหมวดหมู่เป็นของผู้ชายและผู้หญิง มีทั้งชุดสูท ชุดราตรี เสื้อยืด กางเกงขายาว ขาสั้น กระโปรง มีหมดเลยครับ ผมยืนยันได้เพราะว่าผมได้ทำการสำรวจด้วยตัวเองแล้ว
สุดยอดจริงๆ
ถ้าเผาให้หมดนี่ อากงอาม่าสามารถไปเปิด Plattinum ที่บนโน้นได้เลยนะครับ
(ชุดบางชุดสวยมาก คงมีดีไซเนอร์ที่ออกแบบชุดเหล่านี้ให้)
4. กล่องเครื่องประดับ
มีของชายกับหญิงครับ ถ้าของชายก็เป็นนาฬิกาข้อมือ ถ้าของผู้หญิงก็มีสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู เป็นเพชรบ้าง ทองบ้าง
อยากจะเผาไปให้อากงอาม่าซักคนละชุดเลยทีเดียว
5. มือถือ
นี่ร้านโชว์ห่วยหรือว่ามาบุญครองเนี่ย!!
มีให้เลือกหลายรุ่นหลากสีสันมากเลยครับ
เดี๋ยวนี้บนสวรรค์เค้าโทรหากันแล้วเหรอ เพิ่งจะรู้
มีเครื่องนึงเท่มากๆ เป็นระบบทัชสกรีน เพราะว่ามีปากกาเสียบอยู่ข้างๆ
ไฮเทคไปไหนเนี่ยพี่
ผมว่าปีหน้าคงต้องมีการเผาบัตรเต็มเงินกันบ้างล่ะ (อาจไม่ต้องเพราะว่าจ่ายรายเดือน) 55+
6. รถ
อันนี้ผมประทับใจที่สุดแล้วครับ ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมต้องเขียนเอนทรี่นี้
ที่ร้านเค้ามีรถซ้อนกันไว้หลายคันเหมือนกัน ที่สะดุดตาคือรถกระบะคันนีง
มีเขียนไว้ข้างๆตัวรถว่า
"วีโก้"
"ขับเคลื่อนสี่ล้อ"
"ใช้แก๊ส!!"
อะไรจะขนาดน้านนนนนนนนนนนนนนนนนนน
น้ำมันบนสวรรค์ขึ้นราคาเหรอครับ ถึงต้องมาใช้แก๊สด้วยเนี่ย เข้ากับยุคสมัยมากๆ แถมขับเคลื่อนสี่ล้อด้วย คุณคนเขียนนี่สุดๆไปเลยล่ะ ครีเอทสุดชีวิต
ผมเห็นแล้วผมยิ้มออกมาเลยอ่ะ ทึ่งในความน่ารักน่าชังของคนเขียนข้อความนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ผมเหลือบสายตาไปเห็นรถสองคันที่คล้ายๆกัน แต่อันนึงถูกอันนึงแพง ผมสงสัยมากๆเลยถามเจ๊เจ้าของร้าน
อุ๊ย : ทำไมอันนึงถูกแต่อันนึงแพงอ่ะครับ
และคำตอบที่ผมได้มา
เจ้ : มันแพงเพราะมี "คนขับรถ" ไง
ผมรีบมองไปที่ด้านหน้าของรถทั้งสองคัน
เฮ้ยยยยยยยยยย!! อีคันแพงกว่ามันมีคนขับจริงๆด้วย!!
ฮ่าๆๆๆ ฮาเท่าไรก็ยังไม่พอ
คิดได้ไงฟะ
เพิ่มมูลค่าสินค้าโดยการเอากระดาษรูปผู้ชายมาแปะไว้ แล้วคิดราคาแพงขึ้น
เป็น value added ที่สุดยอดมากๆ ขอกราบแทบเท้าคนคิดหนึ่งครั้ง
สุดยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกก
ออกตัวไว้ก่อนว่าผมเขียนเอนทรี่นี้ด้วยความเอ็นดูของเหล่านี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่ความเชื่ออะไรนะครับ ผมแค่นับถือคนคิดว่าแกครีเอทจริงๆ แต่ละอันแบบว่าคิดมาได้ไง
การเช็งเม้งตามความเชื่อ อาจเป็นแค่การมากราบไหว้บรรพบุรุษ ให้ท่านมากินสำรับกับข้าวและเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้
แต่ผมว่ามันเป็นอุบายอันลึกซึ้งของคนจีนสมัยก่อนนั่นก็คือ อยากให้ลูกหลานได้มาร่วมกิจกรรมกันหลังจากที่ท่านตายไปแล้วต่างหาก
ลูกหลานแต่ละคนต่างเติบโตขึ้น แยกไปมีครอบครัวของตัวเอง ยิ่งนานวันก็ยิ่งเหินห่างกัน บางครอบครัวไม่มีเวลามาเจอกันเลยก็มี
แต่อย่างน้อยที่สุด ในปีนึงก็ต้องมาพบปะสังสรรค์กันครั้งนึง มาร่วมกันไหว้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ร่วมกันกินข้าวหน้าหลุมศพ ในวันนี้ ก็คือวันเช็งเม้งนี่เอง
อย่างของครอบครัวผม พ่อผมมีพี่น้องอยู่ 9 คน ลูกหลานก็แตกสาขาไปเยอะมาก พี่น้องบางคนผมก็ยังไม่รู้จักเลย (เฮีย เจ้ผมบางคนแก่กว่าพ่อผมอีก(งงอ่ะดิ))
ปีนึงก็จะมาเจอกันครั้งนึงในวันเช็งเม้งนี่แหละ
อากงอาม่ามากิน เป็ด ไก่ เหล้า เบียร์รึเปล่าผมไม่รู้ รู้แต่ว่าวันนี้ทุกๆคนมาพบปะพูดคุยกัน
ขอบคุณอากงอาม่าที่ทำให้ลูกหลานได้มาสังสรรค์กัน ไม่ว่าอากงอาม่าจะไปเกิดแล้วหรือว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม
สุดยอดจริงๆ
ป.ล. อากงอยากได้วีโก้แบบมีคนขับไหมครับ

#1 By pbmath on 2009-03-15 23:00