ข้อคิดเรื่องความรักจาก Plattinum
posted on 25 Mar 2009 18:13 by dekwad in One-Day-With-Oui
เมื่อวันโน้นนนนนนนนนนนนน
ขณะที่กำลังดูละครเมียหลวงอย่างเพลิดเพลิน อรอินผู้เป็นเมียน้อย (นำแสดงโดย "อั้ม อธิชาติ เอ้ย!! อั้ม พัชราภา) กำลังตบกับสาวใช้ที่สวยที่สุดในประเทศไทยอย่างเมามัน (อยากมีคนใช้อย่างนี้มาช่วยทำงานบ้านบ้าง จะจ้างมาซัก 10 คนเลย)
แต่แล้ว MSN ของผมก็สั่นขึ้น
น้องคนเมือง : อ้ายอุ๊ยๆ (พี่อุ๊ยๆ)
อ้ายอุ๊ยคนกรุง : อะหยังจ้ะ (อะไรจ้ะ)
น้องคนเมือง : คือว่าน้องมีเฮื่องใคร่ถาม อ้ายอุ๊ยว่างก่อ (คือว่าน้องมีเรื่องอยากถาม พี่อุ๊ยว่างมั้ย)
อ้ายอุ๊ยคนกรุง : ว่างจ้ะ มีอะหยังจะถามอ้ายอุ๊ยก่อกา (ว่างจ้ะ มีอะไรจะถามพี่อุ๊ยเหรอ)
น้องคนเมือง : อ้ายอุ๊ยสัญญาเน่อว่าจะบ่บอกเฮื่องนี้กับไผ (พี่อุ๊ยสัญญานะว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร)
อ้ายอุ๊ยคนกรุง : สัญญาๆๆๆ [บอกไม่บอกไม่รู้อ่ะ สัญญาไปก่อน]
น้องคนเมือง : อ้ายอุ๊ย ระหว่าง "คนที่ชอบ" กับ "คนที่ใช่" อ้ายอุ๊ยจะเลือกไผ
อ้ายอุ๊ยคนกรุง : เอ่อ อืม เออ อา ......... นี่จะบอกฮักอ้ายอุ๊ยแม่นก่อ
(นี่จะบอกรักพี่อุ๊ยใช่มั้ย)
น้องคนเมือง : บ่อใจ่เน่อ!!! ถามแต๊ๆนา (ไม่ใช่เว้ย ถามจริงๆนะ)
ขอมอบรางวัลคนตาถึงให้แก่น้องคนเมืองคนงามที่เลือกถามได้ถูกคนมากๆ มาถามผมว่าผมจะเลือกใครระหว่าง "คนที่ชอบ" กับ "คนที่ใช่"
โอ้ย น้องเอ้ย อ้ายอุ๊ยหล่อเลือกได้มากๆขนาดจัดนักเลยทีเดียว
สาบานได้ว่าไม่เคยมีประสบการณ์ที่จะต้องเลือกใครมาก่อนเลย
นั่งคิดอยู่แป๊บนึง คิดยังไงก็คิดไม่ออกเลยบอกน้องเค้าไปว่า
อ้ายอุ๊ยคนกรุง : เอ่อ ไว้อ้ายอุ๊ยฮู้แล้วจะบอกเน่อ (ไว้พี่อุ๊ยรู้แล้วจะบอกเน่อ เอ้ย นะ)
ถ้าสมมติ (เน้นหน่อยว่าสมมติ) ว่าผมต้องเลือก ผมจะเลือกใครระหว่าง "คนที่ชอบ" กับ "คนที่ใช่"
ในความคิดของผม "คนที่ชอบ" กับ "คนที่ใช่" มันแม่งน่าจะเป็นคนคนเดียวกันนะ
เพราะถ้าเป็น "คนที่ใช่" เราก็น่าจะต้องชอบเค้าด้วย
หรือถ้าเป็น "คนที่ชอบ" เค้าก็น่าจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเรา
พอเหอะ กรูเริ่มงง
แต่ถ้าน้องเค้าถามมาอย่างนี้ อิสองคนนั้นก็น่าจะเป็นคนละคนกัน
คนที่น้องเค้าชอบคงจะยังไม่ใช่ (เช่น ชอบว่าหน้าตาหล่อแต่สันดานสุนัข)
คนที่น้องคิดว่าใช่เค้าก็ยังไม่ชอบ (เช่น เข้าวัด ฟังธรรมแต่มองใกล้ๆ ดูคล้ายคนเป็นงูสวัสดิ์)
ความรักของน้องเค้ามามีปฏิสัมพันธ์กับกรูเฉยเลย
เฮ้อ มารับเป็นที่ปรึกษาเรื่องความรัก แต่ตัวเองยังเอาไม่รอด
คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจดวงน้อยๆของผม
เมื่อวันนั้น
ผมไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ห้าง Plattinum
หลังจากซื้อ เสื้อผ้าแบบกอล์ฟ- ไมค์ (เฮ้ย มันคืออะไรอ่ะ จะสนุกแค่ไหน ต้องเข้าไปดูซะแล้ว) เสร็จ ก็ขึ้นไปกิน KFC แล้วลงมาเดินซื้อของต่อ
มาหยุดชมสินค้าที่ร้านขายกางเกงขาสั้นร้านหนึ่ง
เข้าไปเลือกกางเกงกันอย่างงุงิซักพัก เจ้าของร้านก็เดินเข้ามาถามว่า
เจ้าของ : เอวเท่าไรอ่ะเรา
อุ๊ย : เอ่อ ไม่ทราบครับ (ผมว่างเว้นจากการซื้อกางเกงมานานมาก)
เจ้าของร้านก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เผยอยิ้มที่มุมปากด้านซ้าย ค่อยๆเดินเข้ามาโอบผม หยิบสายวัดเอวมาพันธนาการที่บริเวณสะโพก รูดสายวัดเพื่อวัดขนาดของผม (ขนาดเอว)
เจ้าของร้าน : ของน้อง 31
อุ๊ย : (เฮ้ย นี่เราขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย)
อุ๊ย : งั้นเอาลายนี้อ่ะครับ ไซส์ 31
เจ้าของร้าน : ไม่มีอ่ะค่ะ มีแต่ 30 กับ 32
เอิ่ม คือ ลำบากกรูอีกแล้วไง จะเอา 30 ก็คับเกิน จะเลือก 32 ก็หลวมหลุดตูด
ผมยืนคิดนิ่งๆอยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังแก้สมการแคลคูลัสในใจ
เจ้าของร้านคงรำคาญ เห็นผมยืนเหม่ออยู่นานสองนาน แกเลยเข้ามาถามว่า
เจ้าของร้าน : น้องคะ ระหว่างไซส์ 30 กับ 32 น้องจะเอาตัวไหน
เฮ้ย!!! ทำไมคำถามแบบนี้มันคุ้นๆวะ หรือว่านี่เป็น "เดจาวู"
ผมพยายามใช้ความคิดอย่างหนักว่าเคยได้ยินคำถามแบบนี้ที่ไหน
ต๊อก ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก
ปิ๊ง!!!
เฮ้ย!!! นี่ นี่มัน!!!
เจ้าของร้าน : น้องคะ ระหว่างไซส์ 30 กับ 32 น้องจะเอาตัวไหน
VS
น้องคนเมือง : อ้ายอุ๊ย ระหว่าง "คนที่ชอบ" กับ "คนที่ใช่" อ้ายอุ๊ยจะเลือกไผ
เป็นความเหมือนที่แตกต่าง
สิ่งที่คิดในตอนนั้นก็คือ "นี่กรูจำเป็นต้องเลือกด้วยเหรอ"
"คนที่ชอบแต่ไม่ใช่" ก็เหมือนกางเกงไซส์ 30 ถ้าผมซื้อเอาไปใส่ แรกๆก็คงเห่อ ใส่มันทุกวัน คิดว่า "เออ คับนิดหน่อยเอง คงไม่เป็นไร" แต่ผมต้องทนอึดอัด ไม่สบายใจอยู่ทุกวัน และในที่สุดผมก็ต้องถอดมันทิ้งเพราะว่า "มันคับเกินไป ไม่พอดี"
ส่วน "คนที่ใช่แต่ไม่ชอบ" ก็คงเหมือนกับกางเกงไซส์ 32 ถ้าผมซื้อเอาไปใส่ แรกๆก็คงเห่อ ใส่มันทุกวัน คิดว่า "เออ หลวมไปนิดเดียวเอง คงไม่เป็นไร" แต่การที่ต้องใส่กางเกงหลวมๆทุกวัน ผมก็คงรู้สึกหวิวๆ ไม่มั่นใจ และในที่สุดกางเกงมันก็คงต้องหลุดจากแก้มก้นผมเพราะว่า "มันหลวมเกินไป ไม่พอดี"
"คนที่ชอบแต่ไม่ใช่" กับ "คนที่ใช่แต่ไม่ชอบ" ก็คงเหมือนกับกางเกงพวกนี้ แรกๆก็คงเห่อ คิดว่า "เออ คงไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กๆน้อยๆ" แต่การที่ต้องอยู่ด้วยกันไปอย่างนั้นทุกๆวัน ในที่สุดก็ต้องแยกทางกันเพราะ "มันไม่พอดี"
ถ้าเรายังเลือกไม่ได้ แล้วทำไมเราต้องเลือกล่ะ???
โอเค ตอนนั้นอาจจะเหงา อยากมีใครซักคน ก็เลยเลือกๆไปมั่วๆซั่วๆ แต่ในที่สุดความไม่พอดีของมัน ก็จะทำให้เราใส่มันไม่ได้อยู่ดี
สู้เรารอไปเรื่อยๆ รอ "คนที่ใช่แล้วก็ชอบด้วย" ไม่ดีกว่าเหรอ
และแล้ว "อ้ายอุ๊ยคนกรุง" ก็ได้สิ่งที่จะนำไปตอบ "น้องคนเมือง"
เจ้าของร้าน : ตกลงเอาตัวไหนคะ
อุ๊ย : ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเดินดูไปเรื่อยๆ รอซื้อ "ไซส์ 31" เลยดีกว่า
ร้านขายกางเกง ในห้างแพลตตินัมมีตั้งมากมาย คงต้องมีซักร้านที่มีไซส์ 31
ชีวิตรักของคนเรายังต้องเจอใครอีกตั้งมากมาย คงต้องมีซักคนที่ใช่แล้วก็ชอบด้วย
"รอ" เอาสิ่งที่มัน "พอดี" ดีกว่าเนอะ
ป.ล.
ในคืนนั้นเอง ผมก็ได้คุยเอ็มกับน้องคนเมืองคนนั้นอีกครั้ง บอกในที่สิ่งที่ผมอยากตอบไป
สุดท้ายน้องเค้ายิงคำถามใส่ผมอีกว่า
น้องคนเมือง : อ้ายอุ๊ยๆ แล้วถ้าเฮากำลังคบอยู่กับ "คนที่ใช่" แล้วไปป๊ะกะ "คนที่ใช่กว่า" ล่ะ อ้ายอุ๊ยจะเลือกไผ
.....
.......
..........
โว้ยยยยยยยยยยยยยย
อะหยังกันจ๊าดดดดดดดดดดนักหนาเนี่ย
นี่กรูต้องไป "แพลตตินั่ม" อีกแล้วเหรอเนี่ย??
เรื่องราวระหว่างอ้ายอุ๊ยคนกรุงกับน้องคนเมืองจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามได้ที่ "ข้อคิดเรื่องความรักจากห้างแพลตตินั่ม ภาค 2"

ว่าแต่จะเลือกใครล่ะค่ะ
ระหว่าง คนที่ใช่ กับ คนที่ใช่กว่า
อิอิ ฝากคำถามไว้ให้ปวดหัวเล่น
#1 By thinkking on 2009-03-25 19:27