อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น#2 ว่าด้วยเรื่องบนเครื่องบิน
posted on 18 Apr 2009 15:40 by dekwad in Enjoy-in-Japanปัญหาที่ไม่เป็นปัญหา
ตอนนี้ผมอยู่บนเครื่องบินของการบินไทยแล้วครับ ตื่นเต้นๆ
ใจจริงผมอยากเดินทางด้วย JAL ซึ่งเป็นสายการบินของญี่ปุ่นเลยมากกว่าเพราะน่าจะได้บรรยากาศญี่ปุ่นดี นึกภาพดูมีแอร์เป็นสาวญี่ปุ่นน่ารักๆมาคอยบริการ แหม อยากจะโซไซอิมัสมากๆ (ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไร)
แต่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยข้อดีของสายการบินไทยก็คือสามารถพูดภาษาไทยสื่อสารกันได้ คงเข้าใจกันมากขึ้น
การเดินทางครั้งนี้เจอปัญหานิดหน่อยครับ นั่นก็คือ ไม่สามารถจองที่นั่งใกล้ๆกันได้ ทุกคนนั่งกระจายตัวกันไปหมด
บรรดาน้าๆที่พาลูกๆไปด้วยก็จะเจอปัญหาในการดูแลเด็กๆนิดหน่อย
แต่สำหรับผมแล้ว สบายมากๆครับ
ผมชอบด้วยซ้ำ แอบขอให้ได้นั่งใกล้สาวญี่ปุ่นน่ารักๆ ซักคน (หรือสองคนขนาบทั้งซ้ายขวาเลยก็ได้ (หรือ 3 คนเลยได้ยิ่งดี อีกคนนั่งตัก (นั่งตักอย่าลืมเอาช้อนมานะ (เอ้า ฮิ้ววว!!)))) ถึงแม้จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดสนามบินในเวลานั้น ผมก็ยินดีครับ (เวอร์ไปมั้ย)
ผมแอบหวังลึกๆในใจว่าจะได้เจอแบบหนังเรื่องปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น แบบพี่เหิรได้นั่งรถไฟตรงข้ามกับโซระ อาโออิ หัวใจเด็กวัดคงว้าวุ่นน่าดู
ผมเดินไปนั่งที่นั่งของผมซึ่งเป็นที่นั่งตอนกลาง ซ้ายมือติดกับทางเดินส่วนขวามือเป็นที่นั่งว่างๆ
"ใครจะมานั่งตรงนี้น้ออออ" ผมคิดในใจ
ตอนนั้นมีหลายคนเดินผ่านไปมา มาดูเลขที่นั่งแล้วก็เดินผ่านไปมั่ง นั่งเบาะข้างหน้ามั่ง แต่ยังไม่มีใครมานั่งข้างผมซักกะที
เวลานั้นตื่นเต้นมากครับ ให้อารมณ์เหมือนกำลังลุ้นหวยอยู่
ทันใดนั้น มีคนๆนึงเดินเข้ามา
เลขที่ออกคือ
"สาวญี่ปุ่น!!!"
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สำเร็จแล้ว!! (อิเวอร์)
แต่เธอคนนี้ไม่ได้เป็นสาวญี่ปุ่นแบบขาวหมวยอย่างที่ผมตั้งความหวังเอาไว้ เธอเป็นญี่ปุ่นที่หน้าเหมือนคนไทยมากๆ ถ้าไม่ได้ยินเค้าพูดญี่ปุ่นด้วยความคล่องแคล่วคงคิดว่าเป็นคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวแน่ๆ
ถึงจะไม่น่ารักเท่ากับที่ตั้งความหวังไว้ แต่อย่างน้อยก็เป็นสาวญี่ปุ่น ดีกว่านั่งติดกับคนอินเดียตัวอ้วนเหม็นแล้วกัน อย่างนั้นคงเซ็งแย่
บรรยากาศบนเครื่อง คนไทยทั้งน้านนนน
ส้มตำทำพิษ
ณ ประเทศไทย ก่อนการเดินทางหนึ่งวัน
อุ๊ย : วันนี้กินส้มตำซะหน่อย เดี๋ยวไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้กินอาหารไทยแล้ว
ณ บนเครื่องบิน ขณะกำลังเดินทาง
อุ๊ย : ไอ้เหี้ย ท้องเสีย!!
แม่งโคตรโซไซอิมัสเลยล่ะ ใครที่อยากทิ้งท้ายด้วยการกินอาหารไทย ผมแนะนำว่ากินอะไรก็ได้ครับ แต่อย่ากินส้มตำ มันมีผลกระทบต่อความสุขในการเดินทางครับ (ปกติผมกินส้มตำก็ไม่เป็นไรนะครับ แต่วันนั้นดันเป็น)
หลังจากสาวญี่ปุ่นมานั่งแล้ว ผมเริ่มปวดท้องขึ้นมานิดๆ แต่จะลุกไปเข้าก็กลัวเครื่องบินออก
นึกภาพ กำลังนั่งทำธุระอยู่ ทันใดนั้นเครื่องบินวิ่งด้วยความเร็วสูง แล้วเอียง 45 องศา แม่งจะทรงตัวยังไงวะ ขี้กระเด็นกระจายแน่ๆ
เลยนั่งรวบรวมขันติอยู่อย่างนั้น
ตอนนั้นน้าที่นั่งข้างๆหันมาถาม
น้า : "ทำไมหน้าซีดจัง กลัวเหรอ" (เป็นชื่อญี่ปุ่น "ซีดจัง")
อุ๊ย : "อืม กลัว" (ไม่ได้กลัวขึ้นเครื่องบินหรอกนะ กลัวเลอะเครื่องบินมากกว่า 55+)
หลายนาทีผ่านไปเครื่องแม่งก็ไม่ออกซักที (มีอย่างอื่นที่มันจะออกมากกว่า)
ตอนนั้นเริ่มไม่ไหวแระ แทบจะร้องเพลง "เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญของเรียม"
ตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ว่า
"เอาวะ 45 องศา ก็ 45 องศา"
ขณะกำลังจะลุกขึ้น (แล้วเชียว)
มีไฟสีเหลืองติดขึ้น พร้อมกับเสียงประกาศประมาณว่า "เครื่องกำลังจะขึ้น ให้รัดเข็มขัด!!"
เป็นช่วงเวลาที่ไม่อยากรัดเข็มขัดมากๆ
พ่อมึงดิ ตั้งนานเครื่องไม่ขึ้น พอกูจะลุก มันดันจะขึ้น
สงสัยวันนี้จะมีเรื่องกับกัปตันนะเนี่ย (มึงเอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อน)
ตอนนั้นก็มีการแนะนำเรื่องว่าทำยังไงเมื่อเครื่องบินเกิดปัญหา (ขึ้นเถ๊อะ เค้าไม่อยากรู้)
เครื่องค่อยๆวิ่งวนบนรันเวย์ (ชื่อเหมือนเพลงลูกทุ่งแฮะ "วิ่งวนบนรันเวย์")
แล้วเร่งขึ้น เงยขึ้นสู่ท้องฟ้าทีละน้อย (เอ๊ะ เอนทรี่ที่แล้วมึงขึ้นไปแล้วไม่ใช่เหรอ)
หลายนาทีผ่านไป จนกระทั่งกัปตันออกประกาศแนะนำตัวพร้อมกับบอกว่าเครื่องขึ้นได้โดยสวัสดิภาพแล้ว
ขอบใจมึงมากๆ
ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นเดินไปตามทางเดินช้าๆ
และแล้วอุ๊ยก็ได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า "สุขา" (สุขจริงๆ)
(จริงๆแล้วอยากเล่าเรื่องในห้องน้ำด้วย แต่คิดว่าถ้าเล่าเราคงไปไม่ถึงญี่ปุ่นกันแน่ๆ เล่านิดนึงแล้วกันว่าห้องน้ำบนเครื่องบินต้องปิดฝาชักโครกก่อนแล้วค่อยกดน้ำ อยากเปิดดูเหมือนกันว่าทำไม)
แอร์โฮสเตส
หนึ่งในสิ่งที่ผมอยากเห็นที่สุดในทริปคราวนี้ก็คือ "แอร์โฮสเตสสาวสวย"
แต่พูดตรงๆ เลยว่าค่อนข้างผิดหวัง แอร์โฮสเตสสายการบินไทยไม่เป็นเหมือนที่ผมวาดฝันเอาไว้ ที่สวยๆมีน้อยเต็มที
มีคนนึงน่ารักดี แต่ดันให้บริการที่แถวอีกด้านนึง (ของดีมักตกเป็นของคนข้างๆเสมอ)
เหมือนเวลาซื้อหวย ซื้อ 67 มันจะออก 68
เหมือนเวลาเล่นจับสลาก คนที่ได้รางวัลมักเป็นคนที่อยู่ใกล้ๆเรา
เหมือนเวลาดูคอนเสิร์ต คนที่ได้รับของที่ศิลปินชื่อดังโยนมามักจะอยู่ห่างจากเราไม่กี่เซนติเมตร
แอร์โฮสเตสสาวสวยก็เช่นกัน มักให้บริการที่แถวถัดไปจากเราเสมอ
เป็นสัจธรรมบนเครื่องบินจริงๆ
บางคนถามว่า "แล้วแอร์โฮสเตสที่ให้บริการแถวผมล่ะ"
ผมหันมายิ้มอย่างเย็นชาพร้อมกับตอบว่า "มีเหมือนกันครับ เป็นป้าคนนึงที่ผมอยากจะเข้าไปถามแกว่า "อายุไม่เกินเหรอเนี่ย" ถ้าไม่แต่งชุดแอร์ ผมคงคิดว่าเป็นคุณแม่กัปตันขึ้นมาดูลูกบิน
แต่พวกนี้เค้าแต่งตัวดีนะครับ ดูเก๋และไฮโซดี มีแอร์คนนึงเห็นหางตานึกว่าเป็นกิ่งไม้ เพราะว่ามีรอยตีนกาเต็มไปหมด แต่เค้าแต่งตัวให้ดูยังสาวสวยได้ เก่งจริงๆ
คุณป้าท่านนี้แปลกอยู่อย่างหนึ่ง ตอนเค้าถามผมเค้าถามว่า "Coffee?" แต่พอถามสาวญี่ปุ่นหน้าไทยข้างๆผมกลับถามว่า "กาแฟมั้ยคะ"
55+ หน้าตา J POP ก็อย่างนี้แหละ ต้องทำใจหน่อย
เปิดหน้าเปิดตากันหน่อย หลังจากปิดบังมากนาน
นี่คือโฉมหน้าของผม เด็กวัดจอมทะเล้นนะครับ บางคนเข้าใจว่าเป็นฟิล์ม รัฐภูมิ
ถ้ารูปหล่อ add fav ได้นะครับ
พักผ่อนบนเครื่องบิน
หลังจากนั้นผมก็นั่งเล่นๆดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย ขอโค้กมากินบ้างอะไรบ้าง
จนไฟบนเครื่องดับลง (ไฟดับเฉยๆนะครับ ไม่ใช่เครื่องดับ)
ผมเริ่มหลับตานอน เพราะตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว (ประมาณตี 1 กว่ามั้ง)
แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับเท่าไรเพราะไอ้คนที่อยู่ถัดไปอีกสองแถว มันดันเปิดไฟอ่านหนังสือ (จะสอบ admission เหรอไง ขยันไปไหนเนี่ย)
จริงๆแล้วแสงมันก็ไม่ค่อยรบกวนเท่าไรหรอกครับ เพราะว่ามันจะยิงไปที่ seat นั้น ข้างๆจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร
แต่ผมเป็นคนที่ไวต่อแสงมากๆ จะนอนไม่หลับเลยถ้ามีแสงแม้เพียงนิดเดียวมาแยงตา ขนาดตอนไปอัมพวามีหิ่งห้อยบินผ่าน ผมยังสะดุ้งตื่นเลย (อันนี้ผมแต่งขึ้นเอง)
นานเท่าไรไม่ทราบ คนๆนั้นปิดไฟลง ผมจึงค่อยๆเข้าสู่ห้วงนิทราช้าๆ
โห้ มึงยังเล่าไม่ถึงญี่ปุ่นอีกเหรอเนี่ยยยยยยยยยย
To be continue

#1 By Pat on 2009-04-20 16:09