อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น#3 Yokoso! Japan!
posted on 20 Apr 2009 15:30 by dekwad in Enjoy-in-Japan
ความเดิมตอนที่แล้ว : กำลังหลับบนเครื่องบินหลังจากเพลียจากการท้องเสีย
ตกกะใจตื่น
ผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้หลับเท่าไรเลย ไฟบนเครื่องบินก็ติดขึ้นมาอีกครั้ง
อยากจะร้องเพลง "อยากหลับตาอยู่อย่างนั้น ทำอยู่อย่างนั้น" ของพี่บอย มากๆ
ง่วงจริงๆ
ผมยังคงหลับตาอยู่ประมาณว่าทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่กรูจะนอน
ตอนนั้นรู้สึกได้ว่า ป้าแอร์โฮสเตสยื่นอะไรมาให้ ผมก็รับไว้ด้วยความง่วงเหงา
จ้ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!
มันเป็นผ้าร้อน!! (ที่ร้อนมาก ประมาณ 130 องศา (เวอร์))
ผมสะดุ้งจนต้องปล่อยผ้า สาวญี่ปุ่นข้างๆถึงกับหันมาดูว่ามึงเป็นอะไรมากป่ะ
ป้าๆ ปลุกดีๆก็ได้เน่อ
อาหารเช้าบนเครื่องบิน
ตอนนั้นผมดูนาฬิกาข้อมือของผม เป็นเวลาประมาณ ตี 3
เอ่อ นอนตอนตีสอง ปลุกตอนตีสาม(ด้วยผ้าร้อน) อุตส่าห์ให้นอนตั้งชั่วโมงนึงแน่ะ อาริงาโตะ โกไซอิมัส มากๆ
ตอนนั้นป้าแอร์เอาอาหารมาเสริฟ
ผมง่วงมากเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากินอะไรลงไป
จำได้แต่ว่า ป้าแอร์ถามผมว่า "chicken or fish?" แต่ถามสาวญี่ปุ่นข้างๆว่า "ปลาหรือไก่ดีคะ" (เค้าคงฟังรู้เรื่องน่ะ)
ผมชี้ไปที่ fish (ผมไม่กล้าพูดไทยเลย กลัวป้าแอร์หน้าแตก)
ผมเลือก fish เพราะผมเคยเรียนมาว่า "chicken" แปลว่า "ห้องครัว" 55+ ฉลาดมั้ยล่ะ (ไอ้บ้า เรียนไหนมาฟะ)
ผมจำไม่ได้จริงๆนะว่ากินอะไรบ้าง จำได้แต่ว่ามันกระเดื้อกไม่ (ค่อย) ลงเลย
อาหารไม่อร่อย (ขออภัยที่พูดตรงๆ) บวกกับ กินตอนตีสาม กระเพราะยังหลับอยู่เลยแม่คุณ
ปริศนาแสงแดดตอนตีสาม
ระหว่างที่ทานอาหาร (ดูผู้ดีมะ ใช้คำว่า "ทาน") ผมเหลือบสายตามองไปที่หน้าต่างไกลๆ
"เฮ้ย พระอาทิตย์ขึ้นแล้วว่ะ แดดแรงด้วย"
คำถาม : ทำไมพระอาทิตย์ถึงขึ้นตอนตีสาม
ตัวเลือก :
1. ดวงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่นขึ้นเร็วและตกเร็วกว่าที่ประเทศไทย
2. ตอนนั้นเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
3. เป็น special effect บนเครื่องบิน
4. นาฬิกาตาย จริงๆแล้ว 7 โมงเช้า
5. มันเป็นแค่ความฝัน
6. อุ๊ยแต่งเรื่องขึ้นมาโกหก
7. เป็นเรื่องของ Time zone
เฉลย 7. เป็นเรื่องของTime zone (อย่าบอกนะว่าตอบผิด เป็นผมผมอายมากๆ 55+)
ตอนแว๊บแรกผมคิดเหมือนกันว่า "ทำไมพระอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นขึ้นเร็วจัง" (อ้าว โง่ได้อีก)
แต่แล้วสมองของผมก็ได้ตอบว่า "ไม่ใช่เว้ย!! เอ นาฬิกาตายเปล่าวะ" (โง่ไม่เลิก)
สังเกตเข็มวินาที มันก็ยังเดินอยู่ ไม่ใช่นาฬิกาตายแระ
ตอนหลังเพิ่งสำนึกว่า "เวลาของเรามันต่างกัน" (ดีนะที่สำนึกได้)
เท่านี้แหละ อยากเล่าเล่นๆ
ป้าหน้าห้องน้ำกับหู 20,000 ข้าง
หลังจากนั้นไม่นาน ป้าแอร์ (คนอื่นมาบริการบ้างเถ๊อะ มีอยู่คนเดียวเหรอฟะ) ก็เอาใบเกี่ยวกับข้อมูลคนเข้าเมืองมาให้กรอกนิดหน่อย (จริงๆแล้วเยอะเหมือนกัน)
ตอนนี้ความแตกเลยครับ ว่าผมน่ะคนไทย อีกคนข้างๆนี่ญี่ปุ่น (ไม่รู้แกจะคิดยังไงเหมือนกัน)
ผมเดินไปเข้าห้องน้ำอีกทีนึง
ตอนนั้นผมเห็นมีป้าคนนึงยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ ผมก็ เออ คงกำลังรอห้องว่างล่ะมั้ง
หลายนาทีผ่านไป เริ่มมีคนมายืนต่อผมอีกคน
ผมเริ่มเอะใจแล้วว่า เฮ้ย มันเข้านานเกินไปเปล่าวะ อะไรจะขี้โดยพร้อมเพรียงกันขนาดนี้ ให้คนอื่นได้ปลดเปลื้องทุกข์บ้างเถอะ
ผมเลยเดินไปดูที่หน้าประตูห้องน้ำห้องหนึ่ง มันมีภาษาฝรั่งขึ้นว่า Vacant แปลว่า ห้องนี้ว่าง (ถ้าใครไม่เคยเห็น ลองมองที่หัวใจผมสิครับ ก็ขึ้นว่า Vacant นะ ฮิ้ววว)
เลยผลักประตูห้องน้ำ แม่งก็ไม่มีใครอยู่
ผมหันไปค้อนคุณป้าคนนั้นทีนึง
ป้าคนนั้นหันมาทำสีหน้าแปลกใจพร้อมกับพูดว่า "อ้าว ผลักเหรอ เมื่อตะกี้ป้าเปิดไม่ออก"
อื้อหือ คุณป้า ประเดี๋ยวตดใส่เลยนี่ เล่นให้รอตั้งนาน
ผมทำท่าเชิญให้คุณป้าเข้าห้องที่ผมเปิด แล้วผมเข้าห้องข้างๆ (จริงๆมันน่าจะปลดเปลื้องได้ตั้งนานแระ)
ผมกลับมานั่งได้ซักพักใหญ่ๆ สัญญาณเตือนรัดเข็มขัดและเสียงเตือนให้มานั่งให้เรียบร้อยจากกัปตันดังขึ้น (มีบอกให้เปิดหน้าต่างเครื่องบินด้วย ทำไมฟะ) เครื่องบินเที่ยวบิน TG 640 ค่อยๆ ลดระดับลงช้าๆ
ตอนนั้นผมกำลังกลืนน้ำลายต่อสู้กับอาการหูอื้ออย่างเมามัน สู้กันถึงพริกถึงขิงมาก
ไม่นานก็รู้ผล อุ๊ยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ครับ หูมี 20,000 ข้างเลย (หูอื้อ)
ชะตากรรมของผู้แพ้ก็คือ ปวดหูมากๆ หูแทบระเบิด
ใครมีวิธีป้องกันหูอื้อ แนะนำด้วยครับ ผมเห็นบางคนเคี้ยวหมากฝรั่ง บางคนเอาหูฟังมาอุด อยากรู้จริงๆว่ามันช่วยได้เร้อ!! (น้ำเสียงดูหมิ่น แต่ก็ยังดีกว่ากลืนน้ำลายแล้วกัน)
ปวดหูเว้ยยยยยยยยยยยยย
มองพงคุงในแง่ร้าย (บ้างสิ)
ก่อนไปเที่ยวครั้งนี้ ผมได้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสภาพอากาศเป็นอย่างดีครับ
แต่เนื่องด้วยผมติดต่อเพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่นไม่ได้ ผมเลยนึกถึงเพื่อนๆใน Exteen แห่งนี้
ตอนแรกนึกถึงคุณ ผมเป็นแพนด้ามาจากญี่ปุ่น แต่พอเข้าไปดูบล๊อคแก เป็นเรื่องเกี่ยวกับไปเล่นสงกรานต์ที่พะเยา เอ่อ - -" (อืมนะ แพนด้ามาจากญี่ปุ่น มาอยู่ไทย)
ต่อมานึกถึงคุณ พงคุง มองญี่ปุ่นในแง่ร้าย (บ้างสิ) คนนี้แน่นอนครับ ติดตามมานานแล้ว อยู่เกียวโตแน่นอน
ผมเลยทำการส่ง ems หาคุณพงคุงไปว่า
"คือว่าผมจะไปญี่ปุ่น 5-17 เดือนหน้าอ่ะครับ
อยากถามว่าสภาพอากาศที่นั่นเป็นไงบ้าง
(ผมไปแถวๆโตเกียวอ่ะครับ)
จะได้เตรียมตัวถูก
ขอบคุณมากครับ"
ด้วยความน่ารักของน้องพงคุง จึงส่ง ems กลับมาว่า
"อุณหภูมิกลางวันประมาณ 20 ต้นๆ ครับ
กลางคืนก็อาจจะต่ำกว่านั้นครับ
คิดว่าเป็นอุณหภูมิอากาศหน้าบ้านเราครับ"
พงคุง
ตอนเครื่องลงจอดสนิท ผมเหลือบไปดูจอมิเตอร์
อุณหภูมิภายนอก : 5 องศาเซลเซียส
อ้ากกกกก!!! พงคุงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
อยากจะมองน้องพงคุงในแง่ร้าย (บ้างสิ) มากๆ
ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าอากาศต้องไม่หนาว ดูจากรูปผมเอนทรี่ที่แล้ว (ที่หลายคนคิดว่าเป็น "พี่ฟิล์ม") จะเห็นได้ว่าผมมั่นใจมาก บนเครื่องก็ไม่ได้ใส่เสื้อแขนยาว
เจอ 5 องศาเข้าไป แข็งแน่ๆ (ผมหมายถึงตัวแข็งน่ะครับ)
ไม่เป็นไร อดทนไว้ไอ้อุ๊ย
หมายเหตุ อุณหภูมิวันสองวันต่อมา ก็น่าจะประมาณ 10 ปลายๆ 20 ต้นๆอย่างนี้น้องเค้าบอกไว้แหละครับ แต่วันแรกคงเป็นเพราะช่วงเช้าเลยหนาวขนาดนั้น ขอขอบคุณที่น้องพงคุงที่มาเป็นแขกรับเชิญในเอนทรี่นี้
สวัสดีจ้ะ "นาริตะ" จุ๊บๆ
(ชื่อตอนแอ๊บแบ๊วไปหน่อย)
และแล้วเครื่องบินก็ค่อยๆร่อนลงสู่รันเวย์ มีเสียงตึงทีนึงเมื่อล้อกระทบพื้น เครื่องบินวิ่งวนซักพักก็หยุดสนิท ผู้คนบนเครื่องทยอยกันลุกขึ้น แล้วเดินออกไป
เด็กหนุ่มชาวไทยคนนึงค่อยๆ หยิบกระเป๋าของเขาสะพายขึ้น ส่งยิ้มขอบคุณให้กับแอร์โฮสเตสรุ่นป้าที่คอยบริการเขาเป็นอย่างดี แล้วเดินตามผู้คนออกสู่ด้านนอก
แสงสว่างเจิดจ้าจากภายนอกส่องกระทบดวงตาของเขา ประสบการณ์ครั้งใหม่ในชีวิตที่เขารอคอยมานานแสนนานกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
น..นี่...นี่มัน
ญ..ญ...ญี่....ญี่ปุ่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

#1 By K r a i on 2009-04-21 22:20