อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น#4.2 มนุษย์บนรถไฟญี่ปุ่น
posted on 01 May 2009 19:18 by dekwad in Enjoy-in-Japan
แผนที่รถไฟฟ้า BTS (THAILAND)
ใครที่เห็นแผนที่รถไฟฟ้า BTS ของไทยเรา แล้วรู้สึกอยากจะอุทานว่า
"เฮ้ย!! มันยิ่งใหญ่อะไรขนาดนี้"
"พระเจ้าจอร์จ!! นี่มันสุดยอดแห่งความทันสมัยเลยนะนั่น"
"คุณพระช่วย!! มันทำให้เราไปไหนมาไหนสะดวกสบาย เยี่ยมจริงๆ"
"อุเหม่!! ต้องไปขึ้นให้ได้ ถึงจะไม่เสียชาติเกิด"
ขอให้ดูภาพต่อไปนี้ เป็นแผนที่รถไฟสาย JR ของประเทศญี่ปุ่นครับ (แค่แถวๆเมืองโตเกียวเท่านั้นนะครับ)
ชึ่ง!!!!!
รู้สึก "อึ้ง!!" จนอยากจะร้องเพลง "ตะลึง!!" ของอนันต์ อันวา
ตะลึง!! ตะลึง!! ตะลึง ตึง ตึง ตึง ตะลึง ตึง ตึง (เนื้อร้องมันมีแค่นี้แหละ)
มามะ มาออกจากกะลากันเร็ว
ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมาเสมอว่า BTS ของไทยสุดยอด ยิ่งช่วงที่มีรถไฟฟ้าใต้ดินใหม่ๆ (ใช้หยอดเหรียญสีดำๆ) นี่แบบว่า เฮ้ย เจ๋งไม่ไหวแล้ว
แต่พอผมได้ไปเปิดหูเปิดตา เห็นการคมนาคมที่ประเทศญี่ปุ่น ยอมรับว่าของเค้ายิ่งใหญ่จริงๆ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้รถไฟในการคมนาคมเป็นหลัก เพราะรถไฟประเทศเค้ามีไปเกือบทุกเมือง เกือบทุกที่ สะดวกสบายและตรงต่อเวลา ทำให้เป็นที่นิยมของคนทั่วไป
และที่สำคัญ รถไฟเค้าก็ไม่ได้วิ่งเฉพาะในเมืองหลวง รถไฟฟ้าพี่แกวิ่งไปทั่วประเทศเลย เชื่อมเหนือใต้ออกตกไว้หมด
ถ้าเทียบกัน BTS กับรถไฟฟ้าของเค้า คงเหมือนเป็นเส้นผมเพียงเส้นเดียวจากเส้นผมทุกเส้นบนหัว เป็นอะไรที่เล็กน้อยจ้อยจิ๋มจริงๆ
รถไฟที่ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมประทับใจในการไปเที่ยวครั้งนี้ครับ
มีผู้คนมากหน้าหลายตาใช้บริการรถไฟ แต่เท่าที่ผมสังเกต จริงๆแล้วก็สามารถแบ่งได้ไม่กี่ประเภท
วันนี้เราจะมาดูกันว่า "มนุษย์บนรถไฟที่ญี่ปุ่น" หน้าตาเป็นแบบไหนกันบ้าง
1. มนุษย์เงินเดือน
มนุษย์เหล่านี้จะแต่งการด้วยชุดสูทสีเข้ม ผูกเนคไทด์ ใส่รองเท้าหนัง หัวคิ้วมัดรวมกัน หน้าตาเคร่งเครียดประหนึ่งว่าแบกโลกทั้งใบเอาไว้
ถ้ามืดๆหน่อย ราวสามสี่ทุ่ม สีหน้ามนุษย์เหล่านี้จะออกเป็นสีแดงระเรื่อประดุจสาวน้อยวัยขบเผาะ เป็นเพราะว่าพวกเขามักจะไปกินเบียร์สังสรรค์กับเพื่อนๆหลังเลิกงานเป็นประจำ
มนุษย์เงินเดือนอาศัยอยู่อย่างชุกชุมตามเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว (อยากจะยกตัวอย่างอื่น แต่รู้จักแค่เมืองเดียวอ่ะ)
มนุษย์เหล่านี้มักมีโลกส่วนตัวสูง เวลาอยู่บนรถไฟ จะประกอบกิจกรรมเหล่านี้เป็นหลัก
- เล่นมือถือ
- ส่งข้อความให้เพื่อนที่ทำงาน (ไปรู้เค้าอีกแน่ะ ว่าเค้าส่งให้ใคร)
- อ่านหนังสือ (ผมเคยเห็นชายแก่คนนึงอ่านหนังสือโป๊อย่างโจ๋งครึ้ม ผมต้องหลับตาเลยครับ)
- ฟังเพลง
- หลับ
- "เล่นมือถือ" เพื่อ "ส่งข้อความให้เพื่อนที่ทำงาน" เสร็จแล้วก็ "อ่านหนังสือ" แล้ว "ฟังเพลง" ไปด้วยจน "หลับ" (ทำแม่งหมดเลยล่ะ)
มนุษย์เหล่านี้เหมือนเป็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ถูกลงโปรแกรมไว้ เช้าออกไปทำงาน เย็นกลับบ้าน เช้าออกไปทำงาน เย็นกลับบ้าน ดังนั้นอย่าพยายามสบตากับพวกเขาเหล่านี้เป็นอันขาด เพราะพวกเขาไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาหรอก
2. มนุษย์ผ้าปิดปาก
ถ้าเป็นในประเทศไทย หากพวกเราเห็นใครก็ตามที่ใส่ผ้าปิดปาก เราจะรีบหลีกหนีไปให้ไกลทันที
จะรู้สึกได้ว่าไอ้คนนั้นมันต้องเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจร้ายแรงหรือว่าเป็นโรคอะไรที่ทุเรศๆแน่ๆ ถึงได้ใส่ผ้าปิดปากไว้ เราจะรังเกียจคนกลุ่มนั้นยิ่งกว่าตัวเชื้อโรคด้วยซ้ำ
แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่เลยครับ คนที่ใส่ผ้าปิดปากเป็นอะไรที่ธรรมดามากๆ มีจำนวนพอๆกับคนปกติด้วยซ้ำ
ตอนแรกที่ผมเห็น ผมคิดว่าเป็นเรื่องขัดแย้งทางการเมือง แบบเมืองไทยมีฝ่ายเสื้อเหลืองเสื้อแดง ที่ญี่ปุ่นอาจจะมีฝ่ายปิดปากกับเปิดปากก็ได้ (มีความคิดสร้างสรรค์ป่ะล่ะ)
แต่จริงๆแล้วเหมือนคนญี่ปุ่นเค้าเซฟตัวเองนะ อย่างในรถไฟ คนเยอะโคตรๆ มีโอกาสติดโรคทางเดินหายใจได้สูง ถ้าเค้าไม่สบายก็จะปิดปากไว้ จะได้ไม่แพร่เชื้อไปสู่คนอื่น รับผิดชอบต่อสังคมจริงๆ
ตอนนั้นที่ผมไป โรคไข้หวัดหมู เอ๊ะ เค้าเรียกว่าไข้หวัดเม็กซิโก ตอนนี้เปลี่ยนเป็นไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 เออ เอาเหอะ ซักชื่อนึง ตอนนั้นโรคนี้ยังไม่ระบาด ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าพวกเขาทำกันเป็นเรื่องปกติ
ส่วนผม เห็นเค้าใส่กันเลยอยากใส่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นหวัดอะไรนะครับ บังเอิญไม่ค่อยมั่นใจเรื่องกลิ่นปากน่ะครับ
3. มนุษย์กระโปรงเหี่ยน
ถ้าคุณผู้หญิงแต่งตัวอย่างนี้ที่เมืองไทย อาจถูกใครบางคนตำหนิได้ว่า "นี่เป็นอะไรมากมั้ย ทำไมต้องไปแต่งตัวตามแฟชั่นประเทศอื่นเค้า" (อ่ะ ไปซื่อเสื้อคอกระเช้ามาใส่กันเร้ว)
แต่สำหรับประเทศญี่ปุ่น การแต่งการอย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดามากๆครับ
มนุษย์จำพวกนี้ ผมชอบที่สุดแล้ว
อยากให้มีเยอะๆ อยากให้ขยายเผ่าพันธ์ไปสู่แผ่นดินใหญ่ด้วยซ้ำ ขยายไปทั่วโลกเลยยิ่งดี (โหว)
มนุษย์เหล่านี้ไม่กลัวความหนาวเย็นครับ ตอนที่ผมไปหนาวมากกกกก เจ้าหล่อนยังใส่ประชันความขาวกันอย่างหน้าตาเฉย (หนุ่มไทยอยากจะเข้าไปให้ความอบอุ่นเลยทีเดียว)
มนุษย์เหล่านี้เป็นเพศหญิง (เพศชายกระโปรงเหี่ยนนี่คงอุบาทว์น่าดู) มีอายุไม่เกิน 25 ปี บ้างก็มาในชุดท่องเที่ยว บ้างก็มาในชุดนักเรียน เห็นแล้วรู้สึกสดชื่นจริงๆ
ขอขอบคุณพวกเธอที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนโดยการไม่ใช้ผ้าในการทำกระโปรงมากนัก (ใช้แค่คืบเดียว)
แหม่ พวกเธอดีจริงๆนะครับ นอกจากจะลดโลกร้อนแล้ว ยังทำให้โลกของเราสวยงามสดใส น่าอยู่
ผมขอเป็นตัวแทนชายทั่วทั้งโลกขอบคุณพวกเธอจากใจจริงๆครับ
4. มนุษย์ฮาราจุ๊กกรู๊
"ฮาราจุ๊กกรู๊" เป็นชื่อเท่ๆ ที่มีที่มาจากชื่อเมือง "ฮาราจุกุ" ศูนย์รวมแฟชั่นของญี่ปุ่น
หนุ่มสาวในเมืองนี้จะแต่งกายแบบแฟชั่นมากๆ หลุดโลกเลยทีเดียว
มนุษย์เหล่านี้มีความมั่นใจในตัวเองสูง เกาะติดกระแสแฟชั่นแบบจับไม่ปล่อย (ยิ่งกว่าปลิงทะเล)
เสื้อ ผ้า หน้า ผม ถุงมือ ถุงน่อง ถุงเท้า รองเท้า พวกเขาไม่ซ้ำใครจริงๆ
คุณจะเห็นพวกเขา/พวกเธอเหล่านี้ได้ทั่วไป ยิ่งตามเมืองใหญ่ ช่วงพระอาทิตย์ตกดินแล้วเนี่ย เดินกันให้ว่อนเลย
ดังนั้นหากคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น อย่าพลาดที่จะออกเดินตระเวนชมราตรีนะครับ ที่นั่นของเค้าไม่ธรรมดาจริงๆ
5. มนุษย์เนียน
(ผมจำได้ว่าถ่ายไว้นะ แต่ว่าหาไม่เจออ่ะ จัดรูปสาวๆแทนแล้วกัน อิอิ)
มนุษย์เนียนไม่ได้แพร่พันธุ์เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นนะครับ ที่ประเทศไทยก็มีไม่น้อยเหมือนกัน
ที่เมืองไทย มนุษย์พวกนี้จะนั่งอยู่ คนน้อยๆจะคึกคัก แต่พอคนเยอะๆ ยิ่งมีคนแก่มายืนใกล้ๆ มันจะหลับ!!
ผมว่าที่ญี่ปุ่นเค้าไม่ค่อยถือเรื่องการมีน้ำใจลุกให้เด็ก คนแก่ สตรีมีครรภ์นั่งกันซักเท่าไรนะ
นี่เป็นเพราะวัฒนธรรมแปลกๆของเค้า ถือว่าหญิงชายมีพลังเท่าเทียมกัน
ผู้ชายที่นั่นแย่งผู้หญิงนั่งเก้าอี้ยังกะเล่นเก้าอี้ดนตรี ผมงงมากๆ
ถึงแม้รถไฟที่โน่นจะมีโซนที่เป็นสำหรับคนแก่ คนพิการ สตรีมีครรภ์นั่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่มันก็อดไม่ได้หรอกที่จะมีบางส่วนต้องยืน
อย่างคุณยายผมที่ไปด้วยกันอายุ 81 ปี คนที่โน่นยังให้แกยืนห้อยโหนบนรถไฟหน้าตาเฉยเลย
ถ้าเป็นเมืองไทย ต้องมีซักคนลุกให้แกนั่งแน่นอนครับ
คนไทยใจดี แล้วก็มีน้ำใจสุดๆแล้วครับ ผมว่านะ
ส่วนผม ไม่ต้องเป็นห่วง ผมเป็นหนุ่มไทยเต็มตัวครับ ผมมีน้ำใจให้คนแก่ เด็กและสาวญี่ปุ่นนั่งเสมอ โดยไม่ได้คิดอะไรจริงๆๆๆ
6. มนุษย์เร่งรีบ
มนุษย์เร่งรีบ คือ มนุษย์ข้อ 1 - 5 ด้านบนรวมตัวกัน นำทีมโดยมนุษย์เงินเดือนเพราะต้องไปเข้างานให้ทัน
ถ้าท่านอยากเห็นมนุษย์เหล่านี้ ให้ท่านมาอยู่ที่สถานีรถไฟตามเมืองใหญ่ๆ ช่วง 7 - 8 โมงเช้า ช่วง Rush Hour ของเค้า
อู้หู เค้าเร่งรีบกันจริงๆครับ ทุกคนเหมือนแข่งเดินทน เดินจ้ำเอา จ้ำเอา
เคยเห็นมดแดงเดินเข้าแถวขึ้นต้นมะม่วงมั้ย มนุษย์เร่งรีบเป็นอย่างนั้นเลยล่ะ
เดินจ้ำกันเป็นแถว เสียบบัตรเข้าออกชานชลา ขึ้นลงบันไดเลื่อน ต่อแถวเข้ารถไฟยาวเป็นงู
ตู้รถไฟที่คนแน่นเอียดจนแทบล้นออกมาแล้ว มนุษย์เร่งรีบก็จะใช้วิทยายุทธ์ขั้นสูง หันหลังแล้วใช้ตีนดันตัวเข้าไป จนยัดตัวเข้าไปในตู้นั้นได้ (อันนี้ผมเห็นกับตา นับถือจริงๆ)
มนุษย์เหล่านี้ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีหลักในการขึ้นบันไดเลื่อนครับ
พื้นบนขั้นบันไดเลื่อนที่โน่น จะถูกแบ่งเป็นด้านซ้ายกับด้านขวา (แบ่งด้วยจิตสำนึกเอง)
ที่โตเกียว คนที่ขึ้นบันไดเลื่อนแบบชิวๆ ต้องยืนชิดซ้ายครับ
ส่วนมนุษย์เร่งรีบจะเดินจ้ำขึ้นบันไดเลื่อนทางด้านขวา
ขนาดบันไดเลื่อนขึ้นแล้ว มึงยังใช้ขาเดินกันอีก รีบไปรับป้ากันที่ไหนเนี่ย
อย่าได้ไปยืนชิวๆ ที่ทางขวาของบันไดเลื่อนเด็ดขาด เพราะสายตาเหน็บแนมจิกกัดของมนุษย์เร่งรีบจะจ้องมองมาทางคุณ ทำให้คุณแทบแทรกพสุธาหนีเลยทีเดียว
แต่บางเมือง เช่น เมืองโอซาก้า เค้ายืนสลับกันนะ มนุษย์ชิวกลับต้องยืนชิดขวา ส่วนมนุษย์เร่งรีบต้องมาเดินเร่งรีบกันทางซ้าย
โอ๊ย I'm from Thailand very งง mak mak
(หลังจากวันนั้นต้องคอยดูก่อนว่าเมืองนั้นเค้าขึ้นบันไดกันยังไง เดี๋ยวหน้าแตกอีก)
ผมเองได้รู้จักกับประเทศญี่ปุ่นอย่างผิวเผิน ไปท่องเที่ยวแค่ไม่กี่วัน ที่เล่ามาก็เป็นสิ่งที่ตาเห็น
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมาใน ณ ที่นั้น
ป.ล.
เฮ้ย มึงพิมพ์ผิด ต้องเป็น ณ ที่นี้!!
อ้าว กรูเขียนเรื่องญี่ปุ่นแต่ตอนนี้อยู่ไทย มึงคิดว่าควรเป็นที่นี้หรือที่นั้น
ที่นั้น (เสียงหงอย)
เออ
....................
เอ่อ พูดถึงเรื่องแผนที่รถไฟ
เมื่อซักอาทิตย์ที่แล้ว ผมได้ไปเดินเล่นกับเพื่อนที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
(น่าไปเดินเล่นดีนะครับ ลง BTS ที่สนามกีฬาฯ อยู่ตรงข้ามมาบุญครอง)
ที่ทางเข้าตรงทางเชื่อมรถไฟฟ้า ผมสะดุดตากับภาพนี้ครับ
แว๊บแรกที่ผมเห็น ผมคิดว่าเป็นแผนที่รถไฟฟ้าของญี่ปุ่น เพราะว่ามีเส้นสีต่างๆ เหมือนสายรถไฟบนแผนที่ของรถไฟฟ้าสาย JR (ภาพที่ 2)
แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ สถานีต่างๆกลับเป็นสถานที่ในกรุงเทพเรานี่เอง
ผมงงมากว่านี่เป็นเส้นทางรถเมล์รึเปล่านะ หรือว่าอะไรกันแน่
แต่แล้วผมมองไปที่ชื่อของภาพด้านซ้ายบน
และผมก็ได้รู้คำตอบครับ
ITINC : If There Is No Corruption
ถ้าประเทศไทยไม่มีการโกงกินคอรัปชั่น รถไฟฟ้าเหล่านี้คงวิ่งทั่วกรุงเทพฯ ไปนานแล้วล่ะ
เห็นแล้ว รู้สึกเหมือนผมมั้ยครับ

แอบสงสัยอีก 5555555555555
..จุ๊กกรู๊..
#1 By อาจารย์ไม่ใช่อาจม on 2009-05-04 12:29