อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น#11 ข้าคือซามูไรหน้ามน
posted on 19 May 2009 21:12 by dekwad in Enjoy-in-Japan
Miss the train
แหะๆ ขอตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้บล๊อคนี้ดูอินเตอร์เนชันแนลขึ้นมาบ้าง
รายการภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียวแต่ยากเยอะ วันนี้ ขอเสนอคำว่า Miss the train
ขอถามว่า Miss the train แปลว่าอะไร???
ข้อ A. คิดถึงรถไฟ
ข้อ B. นาวสาวรถไฟ
ข้อ C. พลาดรถไฟ
ข้อ D. คิดถึงการฝึกฝน
เฉลย D. คิดถึงการฝึกฝน
ครับ ถ้าคุณตอบข้อนี้ ขอให้คุณไปสู่สุคติในชีวิต
ขอให้ปราศจากสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเคราะห์เสนียดจัญไรทั้งหลายด้วยเทอญ
จะบ้าเหรอ!! "คิดถึงการฝึกฝน" ตอบมาได้ไงเนี่ย
กลับไปเรียนโรงเรียนนานาชาติกันใหม่เถอะนะ
ส่วนข้อ A. คิดถึงรถไฟ ก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมานิดนึง
แต่เราจะไปคิดถึงรถไฟทำป้าอะไร เป็นญาติเราก็ไม่ใช่
ส่วนข้อ B. นางสาวรถไฟ นี่ยิ่งแล้วใหญ่
คงไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อลูกสาวว่า the train หรอกนะ
พี่สาวคนโตชื่อ "รถไฟ" คนรองชื่อ "รถไฟเหาะ" คนเล็กชื่อ "รถไฟตีลังกา"
คงเป็นครอบครัวที่พิสดารน่าดู
เพราะฉะนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือ C.พลาดรถไฟ
ครับ อันนี้เป็นคำตอบที่ถูกต้องจริงๆ (บางคนเริ่มลังเล)
สำหรับผู้ที่ตอบถูก ขอแสดงความดีใจด้วย แต่ไม่มีรางวัลให้หรอก 55+
....................
วันนี้ทุกคนตื่นกันแต่เช้า กินคอร์นเฟลคและมาม่ากันอย่างอิ่มหนำ ก็พร้อมเดินทาง
พวกเราเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีซูกาโม่เพื่อไปต่อรถที่สถานีอาซากุสะ
เนื่องจากวันนี้ออกแต่เช้า เลยไปตรงกับช่วงเวลาเร่งด่วนของพี่ยุ่นเค้า
คนเยอะมากกกกก เยอะยังกะปลวกแตกรัง
ในขบวนรถไฟก็แน่นมากกกกกก ผมเข้าใจเลยว่าทำไมที่ญี่ปุ่นถึงขึ้นชื่อเรื่องพวกโรคจิต เพราะคนเยอะขนาดนี้ เสียดสีกันไป เสียดสีกันมา แทบจะมีเพศสัมพันธ์กันได้เลย
ที่โน่นเค้าจึงมีโบกี้สำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะด้วยแหละครับ (ไว้วันหลังเอารูปให้ดู)
เนื่องจากคนเยอะ พวกเราจึงแยกกันอยู่คนละโบกี้
พอถึงสถานีที่ต้องลง พวกเราก็เบียดเสียดคนลงมา
หันซ้ายหันขวานับจำนวนคน
มากัน 16 ตอนนี้เหลือแค่ 11
หันไปดูในรถไฟ ปรากฏว่ายังมีพวกเราบางคนอยู่บนนั้น
ประตูรถไฟค่อยๆปิดลง สิ่งที่พวกเราทำได้คือการ "โบกมือบ๊ายบาย"
โชคยังดีที่มีน้องสาวผมคนนึงเคยไปญี่ปุ่น พอคุ้นเคยกับการขึ้นลงรถไฟ เลยอาสาไปตามให้
แต่ก็ภาวนาให้คนที่อยู่บนรถไฟลงที่สถานีหน้า ไม่งั้นเลยไปไกลนี่ตามไม่ถูกแน่ๆ
สุดท้ายพวกเราก็ได้ไปเจอกันที่สถานีอาซากุสะโดยครบถ้วนทั่วทุกตัวคนครับ แต่ก็พลาดขบวนรถไฟรอบเช้าไป
แต่ก็ไม่เป็นไร รถไฟพี่ยุ่นเค้ามีเยอะ 55+
สู่เมือง Nikko
วันนี้เข้าสู่วันที่ 4 ของการไปญี่ปุ่นครั้งนี้แล้วครับ
หลังจากเมื่อวาน (ของผม) ได้ไปวัดพระใหญ่ไดบุตสึ พิพิธภัธฑ์ราเมนและสวนสนุก Cosmo World (แค่วันเดียวนะเนี่ยย เล่าไป 3 เอนทรี่แน่ะ)
วันนี้เราจะขึ้นเหนือนิดนึง เพื่อเที่ยวเมือง Nikko กันครับ
เมือง Nikko มีทั้งธรรมชาติที่สวยงาม บ่อน้ำร้อนและก็วัดสวยๆมากมาย
แต่พวกเราไม่ไปแบบนั้นกันครับ เพราะคุณน้ามีความคิดว่า "ถ้าจะเที่ยวชมธรรมชาติ ไปเที่ยวเมืองไทยดีกว่า"
ผมเห็นด้วยกับคุณน้านะ ถึงแม้ว่าที่ธรรมชาติที่ญี่ปุ่นจะดูแปลกตา แต่ถ้าเทียบแล้วประเทศไทยเราสวยกว่าเยอะ
คนไทยอ่ะมีของดีอยู่ใกล้ตัว แต่ไม่ค่อยจะสนใจกันหรอก
พวกเราจึงตัดสินใจไปเที่ยวเมืองจำลองยุคเอโดะแทนที่ Edo Wonderland Nikko Edomura ครับ
มาต่อรถไฟที่เมืองอาซากุสะ (อีกแล้ว) ครับ
เราเดินทางไปเมือง Nikko ด้วยรถไฟสาย Tobu Railway
ใช้เวลาเดินทางขึ้นเหนือครั้งนี้ประมาณ 2 ชั่วโมงครับ
รถไฟเบาะแดงสายโทบุ
เบาะสะอาดมากครับ
ไม่มีเขียนแผนภูมิวงศ์ตระกูล แบบโรงเรียนไหนเป็นพ่อใคร แม่ใคร
แบบบ้านเราเลย
คนน้อยมากครับ พวกเราเลยยึดทั้งโบกี้เลย
น้องภูริน
ทำตัวสบายยิ่งกว่าอยู่บ้าน
ตอนนี้ผมก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงนี้ในการพักผ่อน
ในที่สุดก็ถึงซักกะที
เมืองนี้มีสัญลักษณ์เป็นยักษ์กับบ่อน้ำร้อนครับ
ยักษ์ตัวนี้ยืนเด่นอยู่หน้าสถานีรถไฟ
ตัวนี้มีชื่อว่า "ยักษ์ที่จะลาก" (ยากที่จะรัก) ฮิ้ววววว
ยักษ์หลับ
ท่านอนเซ็กซี่มาก กระโปรงก็สั้น 55+
ตัวนี้ชื่อว่า "ยักษ์หลุด" (หยุดรัก) ฮิ้วววววววว
ยักษ์แช่ออนเซ็น
ตัวน้ำเงินชื่อว่า "ยักษ์ราม" (ยามรัก)
ส่วนตัวแดงมีชื่อว่า "ยักษ์รอด" (ยอดรัก) แต่ไม่สลักใจนะ ฮิ้วววววว
เลิกเสี่ยวกันเถอะ ผมขอร้อง
บรรยากาศสบายๆภายในเมือง
น่าอยู่มากๆ (เห็นเมิงบอกน่าอยู่ทุกที่)
สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมสั่นไหว
"สาวนักเรียนญี่ปุ่น"
ยุบหนอ พองหนอ 55+
สาวญี่ปุ่น
ถึงจะไม่ได้น่ารักแบบเวอร์ๆ
แต่ไม่มีขี้เหร่เลยซักคนเดียว
ช่างเป็นดินแดนในฝันของพวกผู้ชายอย่างเราจริงๆ
โกไซอิมัส
ที่นี่เสียค่าเข้าชมด้วยในราคา
ผู้ใหญ่ : 4500 เยน เด็ก : 2300 เยน
แต่พวกเราซื้อบัตรไว้ตั้งแต่ที่เมืองไทยแล้วเลยได้ส่วนลดมานิดหน่อย
(10 เยน)
55+ ล้อเล่น น้อยเกิ๊น
เพือให้เข้ากับบรรยากาศยุคเอโดะ ที่นี่เค้ามีให้เช่าชุดด้วยนะ
มีชุดนินจา ชุดซามูไร ชุดท่านโชกุน ชุดสาวชาวบ้าน ชุดเจ้าหญิง ฯลฯ
เราสามารถใส่เดินเล่นในเมืองนี้ได้
นอกจากนี้ก็มีโชว์ต่างๆ เช่น
ศึกระหว่างนินจาและซามูไร
เกอิชาเริงระบำ
ปาเป้า ดาวกระจาย ฯลฯ
แวะชมกันได้ตามอัธยาศัย
แมวหัวโล้น
(มันเป็นซามูไรต่างหาก)
พนักงานที่นี่เค้าก็จะแต่งตัวเป็นชายหญิงยุคโบราณกัน
เย้ยยยยยย
นักเรียนญี่ปุ่นอีกแว้ววววววว
ผมขอเข้าไปทักทายพวกเธอก่อนนะครับ
เดินเที่ยวชมกันเอาเองนะ
ผมไปแระ บายๆ
หลงทางกับซามูไรลึกลับ
หมายเหตุ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน โปรดจินตนาการว่าท่านเป็นตัวละครที่มีตัวอักษรสีเขียว
"เดี๋ยวสิคะ คุณอุ๊ย คุณจะทิ้งชั้นไปแบบนี้ไม่ได้"
เสียงจากผู้อ่านที่ตะโกนเรียกอุ๊ยที่กำลังเดินตามนักเรียนญี่ปุ่นไป
คุณพยายามเรียกเท่าไรมันก็ไม่หันมา พยายามวิ่งไล่ตามไปแต่ก็ไล่ไม่ทันซักที
'ทำไงดีเนี่ย ที่นี่คือยุคเอโดะ เอเดะ อะไรก็ไม่รู้'
คุณค่อยๆเดินไปตามเส้นทางอันเปลี่ยวเปล่า หันซ้ายขวาไม่มีใครเลย
ทันใดนั้นคุณเหลือบไปเห็นศาลเจ้าและพระ
คุณจึงอธิษฐานว่า 'ขอให้ชั้นได้กลับไปสู่ยุคปัจจุบันด้วยเถิด สาธุ'
ขณะนั้นคุณได้ยินเสียงซวบซาบมาจากพุ่มไม้ด้านหลัง มีโลหะบางอย่างพุ่งเข้ามาหาตัวคุณอย่างรวดเร็ว
ยังไม่ทันที่คุณจะได้กรีดร้อง มีร่างๆหนึ่งพุ่งออกมาโอบกอดร่างของคุณไว้ คนทั้งสองล้มลงไปที่พื้น คนผู้นั้นช่วยให้คุณหลบพ้นจากสิ่งที่ถูกซัดขว้างมาได้อย่างหวุดหวิด
คุณค่อยๆลืมตาขึ้นมาพบว่าคุณกำลังล้มทับอยู่บนร่างของชายชุดซามูไรผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากหนังปกปิดใบหน้าของตนเองไว้ ใบหน้าของคนทั้งสองห่างกันแค่ไม่กี่คืบ สายตาของคนทั้งสองประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตอนนั้นคุณเขินอายมากจนหน้าแดงฉาน ค่อยๆลุกขึ้นจากร่างชายในชุดซามูไรผู้นั้น ปรากฏที่พุ่มไม้มีคนผู้หนึ่งใส่ชุดสีดำแบบนินจาเดินออกมา พร้อมกับร้องเรียกอย่างเหี้ยมเกรียมว่า
"เจ้าซามูไร ข้าพเจ้าจะซัดขว้างซูริเคน (ดาวกระจาย) ใส่ยาเสน่ห์ แก่สาวน้อยคนนี้ ท่านสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเรื่องอันใด"
ซามูไรผู้นั้นตอบว่า "ข้าพเจ้าเองเป็นชายชาติซามูไร กระทำสิ่งใดด้วยความเปิดเผย หาได้กระทำเรื่องชั่วร้ายลับๆล่อๆ อย่างพวกนินจาท่านไม่"
นินจาผู้นั้นตอบว่า "หากท่านมีฝีมือยิ่งนัก โปรดแสดงฝีมือให้เป็นบุญตาข้าพเจ้าด้วยเถิด"
ไม่ทันขาดคำ นินจาผู้นั้นก็ซัดขว้างดาวกระจายติดต่อกัน 5-6 อัน ด้วยกำลังข้อมืออันเข้มแข็งนัก
ซามูไรผู้นั้นมิได้เหลียวตามองก็ชักดาบซามูไรมาซามุเนะมุราซาเมะ (เอามาหมดเลยนะมึง) พร้อมขยับมือวูบปัดป้องอาวุธลับที่นินจาซัดขว้างมา
เสียงดังเคล้งคล้าง ดาวกระจายทั้งหกชิ้นล่วงอยู่กับพื้น
นินจาผู้นั้นเห็นเพลงดาบของซามูไร ใบหน้าก็ซีดเผือดขึ้นมาทันที พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ท่า ท่าน ที่แท้ ท่านคือ....."
นินจาผู้นั้นหวาดกลัวถึงขีดสุดจนมิสามารถกล่าววาจาใดออกมาได้ ซัดขว้างระเบิดควันพร้อมกับหายตัวไปในทันที
(พอแล้วเนอะ เขียนอะไรก็ไม่รู้ เหนื่อยมากเลยเนี่ย)
"ขอบคุณมากที่ช่วยเหลือชั้น"
"ไม่เป็นไร หามิได้"
"เอิ่ม ทำไมใช้คำฟุ่มเฟือยอย่างนี้คะ ตกลงมันแปลว่าอะไร"
"มิเป็นไรขอรับ"
"ท่านชื่ออะไรคะ ทำไมถึงแต่งตัวตลกๆอย่างนี้"
"ข้าพเจ้าเป็นซามูไรมือขวาของท่านโชกุนยุคเอโดะที่ 48 ข้าพเจ้าแต่งกายเยี่ยงซามูไรทั่วไป หาได้แต่งกายขบขันไม่ ท่านสิแต่งกายเช่นนี้ คงมิใช่ชาวบ้านในเมืองกระมัง"
"ค่ะ อิชั้นมาจากประเทศไทย มาพร้อมกับคุณเด็กวัดจอมทะเล้น แต่มัน เอ้ย เขาเดินหายไปแล้ว"
"อะไร ทะเล้นๆ ข้าพเจ้ามิสามารถเข้าใจได้ แต่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือท่านตามหาแล้วกันนะ"
"ค่ะ"
ชายหญิงทั้งสอง ค่อยๆเดินไปตามเส้นทาง
ซักพักก็ถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ซามูไรผู้นั้นก็แนะนำหมู่บ้านไปตามทาง
"นี่คือหมู่บ้านของพวกข้าพเจ้าขอรับ ข้าพเจ้าจะพาท่านเที่ยวชมเมืองแห่งนี้"
ข้าคือซามูไรหน้ามน
ทั้งสองได้เดินถึงด้านในของหมู่บ้านหลังจากที่ได้เดินเที่ยวชมทิวทัศน์และธรรมชาติตามทาง ทำให้คนทั้งคู่รู้สึกสนิทใจกันยิ่งนัก
ตอนนี้ซามูไรผู้นั้นยังคงสวมหน้ากากหนังปิดบังใบหน้าอยู่ คุณจึงถามด้วยความสงสัยว่า
"ท่านซามูไรคะ ดิชั้นยังไม่รู้ชื่อและยังไม่เห็นหน้าตาของท่านเลย ทั้งๆที่ท่านช่วยชีวิตดิชั้นไว้จากนินจาผู้นั้น จะรังเกียจมั้ยคะ ถ้าดิชั้นจะขอให้ท่านบอกชื่อและเปิดหน้ากากของท่านออก"
"เมื่อเข้าสู่ด้านในแห่งหมู่บ้านซึ่งมีความปลอดภัย ข้าพเจ้าก็มิมีความจำเป็นต้องปิดบังใบหน้าและนามของข้าพเจ้าอีกต่อไป ข้าพเจ้าจะทำตามประสงค์ของท่าน"
ซามูไรผู้นั้นค่อยๆเปิดหน้ากากออก
แท่น
แทน
แท๊น
ข้าคือซามูไรหน้ามน
ฮ่าๆๆ
" เอ่อ ท่านคะ ท่านถือดาบผิดด้าน!! "
ซามูไรหน้ามนมองที่มือของตน พบว่าจับที่คมดาบอยู่จึงร้องด้วยน้ำเสียงตกใจเป็นอย่างยิ่งว่า
"เลือด เลือด"
พร้อมกับสลบไป
เมื่อคุณเห็นดังนั้น จึงอุ้มซามูไรหน้ามนไปหาหมอที่อยู่แถวนั้น
หมอ : "ข้าพเจ้ามิใช่สัตวแพทย์"
"เอ่อ หมอคะ นี่เป็นคนค่ะ"
หมอ : "จริงด้วย งั้นข้าพเจ้าจะรักษาเอง"
สองชั่วยามให้หลัง ซามูไรหน้ามนก็ฟื้นขึ้น
คุณดีใจมาก เข้าไปประคองซามูไรขึ้นพร้อมกับกล่าวว่า
"ฟื้นแล้วเหรอคะ ท่านซามูไรหนองมน"
"ข้าพเจ้ามิใช่กระบอกข้าวหลาม ข้าพเจ้ามีคำเรียกขานว่า 'หน้ามน' มิใช่ 'หนองมน' "
"ค่ะๆ จะรบกวนมั้ยคะ ถ้าดิชั้นจะขอให้ท่านช่วยเล่าเรื่องราวของท่านให้ฟังหน่อย"
"รบกวน"
"อ้าว แล้วดิชั้นจะไปต่อยังไงคะเนี่ย"
"ข้าพเจ้าหยอกท่านเล่น ข้าพเจ้าจะเล่าเรื่องราวให้ท่านฟังโดยย่อก็แล้วกัน"
จากนั้นซามูไรหน้ามนลุกจากเตียงไปนั่งยองๆที่พื้น
"ท่านทำอะไรคะ"
"ข้าพเจ้าจะเล่าโดยย่อ"
"เป็นซามูไรยังจะมีอารมณ์ฮาอีกนะคะเนี่ย"
"ฮ่าๆ เรื่องราวของข้าพเจ้านี้ก็คือ ..... "
ตัดเป็นภาพสีซีเปีย
(จินตนาการเอาเองนะ ขี้เกียจแต่งโฟโต้ช้อป)
ข้าพเจ้าเป็นซามูไรองครักษ์แห่งท่านโชกุนยุคเอโดะที่ 48
มีหน้าที่คอยดูแลปกป้องคนในสกุลนี้
วันหนึ่งมีนินจา "ภูริโนะจัง" ผู้โหดร้ายทารุณได้รวมตัวเหล่านินจาที่มีฝีมือแล้วก่อการกบฏขึ้น
"ท่าทางแกโหดร้ายมากเลยค่ะ"
ท่านโชกุนจึงส่งซามูไรมือซ้าย "ภูมิซัง" ออกไปสืบหาเรื่องราว
(ที่จับอยู่คือดาบนะครับ อย่าคิดทะลึ่ง)
(แถยังไงดีวะ ภาพนี้ ดูผ่านๆไปแล้วกันเนอะ 55+)
บ้านเมืองในตอนนั้นวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง
ชาวไร่ชาวนาที่ถูกสงสัยว่าก่อกบฏต่างถูกเข่นฆ่าสังหารกันจนหมดสั้น
นับเป็นโศกนาฏกรรมที่สุดในยุคนั้น
(เข้าอ่ะ แถเก่งว่ะ 55+)
มีบางคนที่ยอมรับความผิด ได้เข้ามอบตัวแก่ทางการ
ส่วนพวกที่ถูกจับได้ ก็ได้รับทัณฑ์ทรมานอย่างถึงที่สุด
โดยการเอาก้อนหินมาทับบนตัวจนกว่าจะยอมสารรูป
"สารภาพค่ะ"
ขออภัยท่าน ข้าพเจ้าใช้ภาษาไทยไม่ค่อยเก่ง
ขอบคุณท่านที่แก้ให้
บ้านเมืองในยุคนั้นขาดที่พึ่งทางใจ
บางส่วนหันไปนับถือบูชาสุนัข
ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดยิ่งนัก
"ไม่เห็นแปลกประหลาดเลยค่ะ"
เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น
"แถวบ้านดิชั้น มีคนบางกลุ่มเคารพยกย่องตัวเหี้ยกันเหลือเกิน แปลกประหลาดยิ่งกว่าที่นี่อีก"
มีคนโง่เช่นนี้ในโลกอีกหรือนี่ ข้าพเจ้าเพิ่งทราบ
งั้นการนับถือบูชาสุนัขที่นี่คงมิใช่เรื่องแปลกประหลาดอีกต่อไป
(พอเถอะนะ อ่านบทสนทนาแล้วใจคอไม่ค่อยดีเลย)
ซามูไรภูมิซัง ได้เผชิญหน้าและต่อสู้กับนินจาภูริโน๊ะจังอย่างดุเดือด
"ดิชั้นว่าหน้าตาแกไม่ค่อยดุเดือดเลยนะคะ"
เนื่องจากกำลังฝีมือของซามูไรภูมิซังยังอ่อนด้อยกว่าจึงทำให้พ่ายแพ้ไป
ท่านโชกุนหนักใจมาก จึงส่งซามูไรมือขวาของท่านที่มีกำลังฝีมือเยี่ยมยุทธ
มีเพลงดาบซามูไรอันยอดเยี่ยม
นั่นก็คือตัวข้าพเจ้าเอง "ซามูไรหน้ามน"
ข้าคือซามูไรหน้ามน ฮ่าๆๆๆ
"กรี๊ดดดดดด เท่จังเลยค่าาา"
ข้าพเจ้าสำนึกตัวว่ามิสามารถต้านทานกับเหล่านินจาหมู่มากได้
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไปขอความช่วยเหลือจากซามูไรพเนจรและ เอ่อ เรียกว่าอะไรก็ไม่รู้
ให้ช่วยกันบุกไปถอนรากถอนโคนพวกเหล่านินจา
"เอิ่ม ซามูไรคนซ้ายไหวมั้ยคะ ทำไมดูโทรมจัง"
อย่าดูบุคคลเพียงภายนอก ท่านซามูไรผู้นี้มีเพลงดาบที่เป็นที่หนึ่งของแผ่นดินตงหงวน
"เอ่อ แผ่นดินตงหงวนนั้นมันเรื่อง ก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้งแล้วค่ะ"
ขออภัยท่าน ข้าพเจ้าเล่นหลายเรื่องไปหน่อย
พวกเราทั้งสามคนได้บุกมาถึงรังของเหล่านินจา
แต่ละคนได้ใช้เพลงดาบอันเยี่ยมยุทธ์แห่งวิถีของเหล่าซามูไร
จัดการกับวิชาอันร้ายกาจของเหล่านินจาได้อย่างราบคาบ
นินจาที่ลอบทำร้ายท่านเมื่อซักครู่ คงเป็นพวกที่หลงเหลือจากการกำจัดครั้งนี้
เดินทางมาทำการแก้แค้น
"แต่งเรื่องเนียนได้อีกนะคะ วกเข้ามาได้ซะงั้น"
"นี่ลืมกลับภาพเหรอคะ"
มิใช่ขอรับ เหล่านินจามีวิชาฝีมือมากหลาย นี่คือวิชาไต่กำแพงของพวกมัน
สามารถเดินบนฝ้าและผนังได้
"แน่ใจนะคะ ว่าไม่ใช่ลืมกลับภาพแล้วพูดจากลบเกลื่อน"
ข้าพเจ้าขอให้คำสัตย์ขอรับ
"ไหนลองให้สิคะ"
ยีราฟ นกเอี้ยง ช้าง
"ค่ะ ให้คำสัตย์จริงๆ"
นินจาภูริโนะจังได้สำนึกผิด
ท่านโชกุนจึงมอบหมายให้เป็นคนเลี้ยงไก่ของหมู่บ้านนี้
โดยอยู่ในการควบคุมของ ซามูไรภูมิซังอย่างใกล้ชิด
ส่วนข้าพเจ้าผู้มีความดีความชอบที่สุดในเรื่องนี้
ท่านโชกุนจึงมอบภรรยาแสนเปรี้ยวให้แก่ข้าพเจ้าถึงสองคน
ข้าพเจ้าจะรักและซื่อสัตย์ต่อภรรยาทั้งสองคนนี้ยิ่งชีวิตของข้าพเจ้า
(ถุย)
(นี่เป็นภาพของใคร ขออภัยที่แอบอ้างนะครับ ไม่ต้องฟ้องกันน้า)
จบบริบูรณ์
(เหนื่อยมาก)
คุณได้ฟังเรื่องเล่าความเป็นมา จึงรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก
จึงชวนซามูไรหน้ามนออกเดินเล่นในเมืองอีกครั้ง
ทั้งสองเดินเรื่อยมาจนถึงสะพานแห่งนี้
ซามูไรหน้ามนกล่าวกับคุณว่า
"สะพานแห่งนี้จะพาท่านข้ามเวลา กลับไปสู่บ้านเมืองของท่าน"
"นี่หมายความว่าดิชั้นเดินทางข้ามการเวลามาเหรอคะ"
"ถูกแล้วขอรับ สะพานแห่งนี้เป็นรูหนอนเชื่อมกาลเวลาระหว่างสองมิติ ข้าพเจ้าพบท่านในคราแรกก็ทราบได้ทันทีว่า ท่านหลงทางข้ามเวลามา ข้าพเจ้าจึงพาท่านมาที่ท้ายเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสะพานรูหนอนแห่งนี้"
"ท่านแถมากเลยค่ะ ดิชั้นนับถือท่านจริงๆ"
"มิมีงานเลี้ยงใด มิมีวันเลิกลา ข้าพเจ้าขอลาจากท่านในลักษณะนี้ ขอให้ท่านโชคดี"
"ขอบคุณนะคะ คุณซามูไรหน้ามน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"
คุณส่งยิ้มให้กับซามูไรหน้ามนเป็นครั้งสุดท้าย แล้วค่อยๆเดินข้ามสะพานไป
พอถึงกึ่งกลางสะพาน คุณนึกอะไรบางอย่างได้จึงหันกลับมาตะโกนว่า
"ท่านซามูไรหน้ามน อย่าจับดาบผิดด้านอีกน้า"
แล้วคุณก็วิ่งข้ามสะพานกลับสู่ยุคปัจจุบัน
"คุณอุ๊ยๆ มึงคุณมาม่อสาวอยู่นี่นี่เอง"
"อ้าว หายไปไหนมาทั้งวันเลยเนี่ย ผมเลยต้องอยู่กับพี่พริกเลย
อยากรู้จริงๆว่าจะเผ็ดร้อนรึเปล่า ฮิ้ววววววว"
"เมื่อกี้ดิชั้นเดินทางข้ามการเวลา ได้พบกับซามูไรหน้ามนด้วย"
"ซามูรง ซามูไรที่ไหน ไร้สาระ อากาศร้อนจนเพี้ยนรึเปล่าเนี่ย"
(เมิงเป็นคนแต่งอ่ะ ไร้สาระกว่าอีก)
"ไปกันเถอะ ซีรี่ส์ 'อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น' ยังอีกยาวไกล กลับกันได้แระ"
คุณซามูไรหน้ามนคะ ชั้นจะไม่ลืมคุณเลย
ป.ล.1 พอดีผมอยากลองถ่ายทอดเรื่องราวแบบใหม่ดูบ้าง จะได้ไม่เบื่อกัน เลยอยากให้ผู้อ่านได้มีส่วนร่วมเป็นตัวละครตัวหนึ่ง แล้วก็เล่าแถๆไป หวังว่าคงสนุกกับเล่าเรื่องแบบนี้นะครับ
ป.ล.2 ดูจากการโพสแล้ว ลุงพอจะสามารถไปร่วมงานครอสเพลย์กับหลานๆได้มะ 55+
...แต่ทำไมหน้าตาไปในแนวทางเดียวกันหมดเชียว
จบตั๊ก ซะแล้ว
)
555+ อารมณ์ดีก่อนนอน 555+
#1 By Nong-Takrai on 2009-05-19 21:25