อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น#14 ไข่ดำVSไข่ดัน
posted on 03 Jun 2009 13:59 by dekwad in Enjoy-in-Japan
ตามล่าหาไข่ดำ
หลังจากเพลิดเพลินสุนทรีย์อารมณ์ไปกับการเดินเที่ยวชมงานศิลปะที่ The Hakone Open-Air Museum เมื่อเอนทรี่ที่แล้ว
วันนี้เราจะเดินทางเที่ยวชม Hakone กันต่อ โดยจุดหมายต่อไปก็คือ...................
เอ่อ ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่ามันเรียกว่าอะไร
รู้แต่ว่าถ้าไปที่นี่ ต้องไปกิน "ไข่ดำ"
เอาล่ะ วันนี้เราจะมาก "ตามล่าหาไข่ดำ" กัน
บางคนอาจตั้งคำถามว่า อุ๊ยเองก็มี "ไข่ดำ" นี่นา ทำไมต้องไปหาถึงที่โน่น
ผมขอบอกว่า "ไข่" มัน "ดำ" คนละอย่างกัน
เอ่อ อ่านบทสนทนานี้แล้วก็อย่าเพิ่งคิดไปไกลนะครับ
ไข่ดำที่ว่า นั่นคือ "ไข่พะโล้" (ไม่ใช่ไข่ที่เป็นอวัยวะ เย้ยยยยยยยยยยยยย)
ที่ว่าผมเองก็มีไข่ดำก็คือ แค่เดินไปซื้อที่ตลาดก็ได้มาแล้ว
ส่วนที่ดำคนละอย่างก็คือ ไข่พะโล้บ้านเรา ดำจากการทำพะโล้ (ขอบใจ) แต่ไข่ดำที่ญี่ปุ่น เกิดจากน้ำไข่ไปต้มในน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของกำมะถัน
เท่านั้นเอง ไม่ได้ทะลึ่งเลยนะเนี่ย
จริงจริ๊งงงงงง
เอาเป็นว่า ไข่ของใครจะดำ ไข่ของใครจะขาว ก็ช่างมันเถอะ
เรามาเดินทางกันต่อดีกว่า
หลังจากออกจากพิพิธภัณฑ์ พวกเราก็เดินกลับไปยังสถานีเดิมอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ให้เปลี่ยนจาก "รถไฟ" ไปขึ้น "รถราง" แทน เพื่อไต่เขาขึ้นไปยังสถานีที่สูงที่สุด
รถรางที่นี่จะคล้ายๆกับรถรางที่ขึ้น "เขาวัง" และ "ดอยสุเทพ" บ้านเรา
แต่ที่นี่เป็นรถรางแบบจริงจัง มีหลายสถานี จอดส่งคนที่อยู่บนนี้ พวก "ชาวเขา" ตามรายทางด้วย
("ชาวเขา" ที่นี่ไม่รู้พูดไม่ชัดแบบบ้านเรารึเปล่า 55+)
เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ก็ขึ้นไปพร้อมๆกันเลย
สถานีรถไฟ+รถราง คลาสสิคดีเนอะ ชอบมากกกก
เลือกที่นั่งด้านหน้าสุด เราจะได้เห็นรถรางค่อยๆไต่ขึ้นเขาอย่างใกล้ชิด
รถเคเบิ้ลที่นี่จะมีแค่ 2 ตู้ สลับขึ้นลงพร้อมๆกัน
แม้ว่าจะมีรางเดียว แต่จะมีจุดที่ให้รถสวนกันได้
มองด้านบนของภาพนี้ จะเห็นทางแยกอยู่
ถ้ายังไม่เห็นให้ดูภาพต่อไป
จะถึงทางที่ให้รถสวนกันแระ เห็นยัง
ถ้ายังไม่เห็นอีก ก็ช่างมันแล้วล่ะ 55+
มีจอดส่งชาวเขาตามสถานีรายทาง
ถึงแล้ว!! สถานีสูงสุด
แต่ "ไข่ดำ" ของพวกเรา ยังไม่ได้อยู่ที่นี่ มันยังง่ายเกินไป
เราต้องต่อด้วย "รถกระเช้าลอยฟ้า" อีก
นี่แหละครับ Hakone Ropeway ที่จะพาเราเดินทางขึ้นเขาไปกิน "ไข่ดำ"
กระเช้านึงก็จุได้หลายคนเหมือนกัน (น่าจะซัก 8 คนได้)
ผมเองเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวความสูงนะ
เลยกลัว เวลาที่จะต้องเอื้อมเด็ดดอกฟ้า ฮิ้วววววววววว
ไม่ใช่แระ เลยกลัวพวกเครื่องเล่นสูงๆ
ตอนขึ้นนี่นั่งตัวเกร็งมาก
ฉี่แทบจะเล็ด
ไม่น่าเชื่อเนอะ ว่าเราเอาชีวิตที่มีค่าของเรา
มาแขวนไว้กับอีเชือกแค่สองเส้นนี้
ผมเหลือบมองไปด้านล่าง
อยากรู้ว่าถ้าเชือกมันขาด เราจะหล่นไปเจอกับอะไร
ครับ ข้างล่างเป็นแค่เหมืองแร่กำมถันที่มีควันร้อนพวยพุ่ง แค่นี้เอง
จากที่นี่ เราสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างเลือนลาง
(ภูเขาที่สีจางๆ ที่สูงที่สุดอ่ะ)
ใครก็ได้ช่วยเอาปากกาตัดเส้นที มองแทบไม่เห็นเลย
ระฆังน้อย เตือนเวลาหมดยก
ไอ้บ้า นี่ไม่ใช่สนามมวยลุมพินี
ในที่สุด ก็เดินทางสู่อีกฟากฝั่งหนึ่งโดยสวัสดิภาพ
ชอบภาพนี้ Off limit
ชอบแบบไม่มีเหตุผล
ถึงแล้ว สถานที่ที่เราจะมาตามหาไข่ดำกัน
ว่าแต่ "ไข่ดำอยู่ไหน" (พร้อมทำท่าแบบจา พนม)
ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินไกด์ทัวร์คนนึงประกาศว่า
"ให้รีบขึ้นไปกินไข่ดำที่บ้านบนเขา เพราะมันปิด 5 โมง"
ไม่ต้องสงสัยนะครับ ว่าทำไมผมถึงฟังภาษาต่างชาติออกเก่งขนาดนี้
เพราะจริงๆแล้วไกด์คนนั้นแม่งเป็นคนไทยครับ
ที่นี่เป็นอีกสถานที่นึงที่คนไทยเยอะมากกกกกกกก
ผมว่า 80% ของสิ่งมีชีวิตบริเวณนี้เป็นคนไทยนะ
เดินไปทางไหนก็ได้ยินแต่เสียงคนไทยคุยกัน เฮ้อ
รู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ญี่ปุ่นยังไงก็ไม่รู้
ผมหันไปตามนิ้วของไกด์คนนั้น ว่าไอ้ไข่ดำมันอยู่ไกลแค่ไหน
มองที่ด้านบนของภาพนะครับ จะเห็นจุดเหลืองๆ อยู่บนเขา
นั่นแหละครับ จุดหมายที่ตั้ง "ไข่ดำ" ของพวกเรา
ผมเหลือบมองนาฬิกา
เหี้ยแระ เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่นาทีจะถึง 5 โมง
เราต้องหอบสังขารไปยังฟากเขาด้านโน้นเหรอเนี่ย
พระเจ้า!!
ต้องสวมวิญญาณเฉินหลง วิ่งสู้ฟัดกันแล้วล่ะ
เอาล่ะนะ
เตรียมตัว
ระวัง
ไป!!
ไอ้อุ๊ยวิ่งหอบหื่น เอ้ย หอบหืดไปกับบรรดาลูกทัวร์ชาวไทยกลุ่มนึง
พวกเราไม่รู้จักกัน แต่พวกเรามีความฝันร่วมกัน นั่นคือ "ไข่ดำ"
วันนี้เราจะมาล่าฝัน ในรายการ "ไข่ดำ แฟนตาเชีย"
ให้ทุกท่านร่วมโหวตนักล่าไข่ที่ท่านชื่นชอบ
ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด จะได้ครอบครองไข่สีดำครึ่งโหล
พอได้แระ เพ้อเจ้อใหญ่แระ
พวกเราเดินเร็ว ผ่านประตูทางเข้าตรงตีนเขา
โชคดีมากครับ เราผ่านประตูทางเข้าทันเวลาพอดี
พวกเราไต่กระไดเพื่อขึ้นเขาไปยังบ้านน้อยสีเหลือง ที่มีไข่ดำรอเราอยู่
เสียงลมหายใจหืดหอบดังอยู่ทั่วบริเวณนั้น
ผมเห็นเด็กผู้หญิงกลุ่มนึง เดินแซงผมไป
ผมเห็นอาโกวคนนึง เดินแซงผมไป
ผมเห็นอาม่าคนนึง เดินแซงผมไป
เอ่อ นี่กรูสุขภาพทรุดโทรมขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย โดนสตรีและคนชราแซงขนาดนี้
แต่ไม่เป็นไร
ผมค่อยๆเช็ดหยาดเหงื่อ แล้วมุ่งหน้าเดินต่อไป
อีกนิดเดียว ก็จะถึงบ้านไข่ดำที่ผมรอคอยแล้ว
ทันใดนั้น ผมได้พบกับรุ่นน้องชาวไทยชื่อว่า "น้องแก้ม"
เราคุยกันอย่างตื่นเต้นที่ได้มาเจอกันที่นี่โดยบังเอิญ
คุยไปซักพักก็ถึงบทสนทนาที่ทำให้ผมแทบสิ้นสติ
"น้องแก้ม เป็นไง ไข่ดำอร่อยมั้ย"
น้องแก้มตอบผมช้าๆว่า
"ไข่ดำหมดแล้ว พี่อุ๊ย"
ผมรู้สึกอึ้งนิดๆ พยายามตั้งสติว่าเราหูฝาดไปรึเปล่า
"อะไรนะ น้องแก้ม"
"ไข่ดำหมดแล้ว พี่อุ๊ย"
เอ่อ ไข่ดำหมด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
นี่กรูเดินทางนั่งรถไฟไต่ภูเขา นั่งกระเช้าข้ามภูผา
วิ่งหืดหอบขึ้นมาเพื่ออะไรกันเนี่ย
เพื่อมาดูว่า ไข่ดำหมดเนี่ยนะ
ผมดมยาดมแปะพวยอิ๊ว พยายามพยุงร่างเอาไว้
ผมเดินกลับลงมาจากเขา
นึกสงสารกลุ่มอาโกว อาม่าที่แซงผมไป
ผมว่าพวกเธอคงเศร้ากว่าผมแน่ๆ ที่ได้รู้ว่าไข่ดำหมด ตอนที่ขึ้นไปถึงบ้านไข่ดำแล้ว
เอาวะ อย่างน้อยก็มีคนเฟวกว่าเรา ฮ่าๆๆๆๆ
(ผมพยายามปลอบใจตัวเองครับ)
ณ จุดนี้ สามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างใกล้ชิด
แต่สภาพอากาศวันนี้ค่อนข้างมีเมฆมาก
เลยเห็นภาพมัวๆอย่างนี้แหละ
ที่นี่จะเห็นรถทัวร์ (ของชาวไทย) จอดเต็มไปหมด
นักท่องเที่ยวที่ขึ้นรถทัวร์มาจะไม่ได้นั่งกระเช้าอันน่าตื่นเต้นอย่างผม
"ไข่ดำ" ก็ไม่ได้กิน แต่จะเป็น "ไข่ดัน" แทนแล้วเนี่ย
เดินโคตรไกลเลย
ตอนนั้นคนเริ่มทยอยกลับกันหมด เพราะว่าที่นี่ใกล้จะปิดแล้ว
แต่พวกเรายังคงนั่งเล่นกันอย่างสบายอุรา
พอกลับไปที่สถานีรถกระเช้า พนักงานที่นั่นทำท่าตกใจมาก
ประมาณว่า เย็นขนาดนี้นี่ยังมีคนหลงเหลืออยู่อีกเหรอเนี่ย
พวกเราจึงได้สิทธินั่งกระเช้ากลับเป็นพวกสุดท้ายในวันนี้
(นึกภาพ ถ้ามาไม่ทันเที่ยวสุดท้ายล่ะ ได้นอนกินไข่ดำที่เหมืองแน่)
จริงๆแล้วตามโปรแกรมเราต้องไปล่องเรือโจรสลัดที่ทะเลสาบอีก
แต่เย็นขนาดนี้ พวกโจรสลัดคงเข้านอนกันหมดแล้ว
ทำให้พวกเราพลาดไปอีกสถานที่นึง
ใครที่เคยล่องเรือโจรสลัดที่นี่ อย่าลืมเล่าให้ผมฟังนะครับ ว่ามันเป็นยังไงบ้าง
คนที่เคยกินไข่ดำด้วย เอารูปมาให้ดูบ้าง บอกด้วยว่ารสชาติเป็นยังไง
ผมอยากรู้มากว่า "ไข่ดำคืออะไร"
เดินทางไกลสู่ Osaka
เนื่องจากพวกเราไม่ได้ไปล่องเรือต่อ เลยต้องเดินทางกลับทางเดิม
นั่งกระเช้าข้ามเขา ลงรถราง นั่งรถไฟสายคลาสสิคกลับสถานี Odawara
พวกเรากลับไปรับน้องสาวที่เฝ้าของอยู่ (ยังนั่งรออยู่คนเดียว น่าสงสารมากๆ)
พวกเรา Miss the train กันอีกครั้งที่นี่ พลาดชินคันเซ็นแบบเร็ว ทำให้เวลาการเดินทางไปโอซาก้าเพิ่มจาก 2 ชั่วโมงเป็น 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ผมนั่งหลับตลอดทางเลย เชื่อมะ
23.30 น.
3 ชั่วโมงต่อมา พวกเราอยู่ที่ Shin-Osaka
พวกเรามีเกมใหม่อีกแล้วครับ หาโรงแรมให้ได้ภายในครึ่งชั่วโมง
เพราะว่าโรงแรมที่นั่นให้เช็คอินก่อนเที่ยงคืน
พวกเราก็ลากของหาโรงแรมกันอย่างสนุกสนาน
เจอโรงแรมตอนเที่ยงคืนพอดีเป๊ะ โชคดีมากๆ
ผมรีบอาบน้ำและหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
คืนแรกที่ชินโอซาก้ากำลังผ่านไปช้าๆ
เอนทรี่หน้าเราจะเดินทางไปยังเมืองเก่า "นารา" สวยมากๆครับ ห้ามพลาดเด็ดขาด
ป.ล.1 ผมเพิ่งไปล่องใต้ 4 วัน 4 คืนมา เพิ่งกลับมาเมื่อคืนเองครับ สนุกมากกกกก ไว้ว่างๆจะเล่าให้ฟังนะครับ
ป.ล.2 Exteen มี "เกมปลูกต้นไม้" ใหม่ ไม่มีใครบอกเลยน้า พลาดไปหลายวันเลย
ป.ล.3 แต่ช่วงนี้ ป.โทเปิดเรียนแล้ว งานเยอะมาก อาจจะหายหน้าไป ไม่ต้องคิดถึงกันนะครับ
คุณก๊องมาเองเลย
จริง ๆ น้า...
เย่ย..ของใครอ่ะ.. ไหนอ่ะ..ไม่เห็นมี..อิอิ

#1 By V@R on 2009-06-03 14:05