ล่องใต้กับนายอุ๊ย#4 ส้มตำปูล้วน
posted on 04 Jul 2009 13:03 by dekwad in Travel-With-Oui
เฮ้อ!! เมื่อวานสอบเสร็จไปแล้วตัวนึง เหลืออีกตัวนึงในวันศุกร์หน้า
ผมก็เลยไม่พลาดที่จะกลับสู่โลก Exteen ที่รักและคิดถึงอีกครั้ง
กิจกรรม June Write ผ่านไป ค่อยรู้สึกว่าสามารถกลับมาอ่านและเม้นทุกบล๊อคได้เหมือนเดิมแล้ว
1 เดือนที่แล้ว ผมอัพไป 5 แค่ Entries (ดูแกรมม่าซะก่อน) แทบไม่ได้ไปอ่านบล๊อคใครเลย
เพราะว่าเวลาอันน้อยนิดของผมบวกกับกิจกรรม June Write ที่ทำให้คนอัพบล๊อคกันบ่อยมาก
ผมอ่านไม่ไหวจริงๆ (เลยไม่อ่านของใครเลย 55+) ต้องขออภัยมาใน ณ ที่นี้
เดือนกรกฎาคมนี้ ผมจะกลับมาให้มากขึ้นนะครับ
เอาล่ะ มาล่องใต้กับนายอุ๊ยกันต่อเถอะ
ส้มตำปูล้วน
หลังจากเอนทรี่ที่แล้วที่เรานั่งเรือออกจากทะเลในของเขื่อนเชี่ยวหลาน พวกเราก็มาถึงท่าน้ำบนผืนแผ่นดินใหญ่
การมาถึงที่นี่เหมือนออกจากโลกยุคโบราณ ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีเฮียอะไรเลย กลับสู่โลกอันศิวิไลซ์อีกครั้ง
เป้าหมายต่อไปของพวกเราคือ รีสอร์ท "ภูผาและลำธาร" โดยมีรถตู้จากที่รีสอร์ทมารับ
รถตู้พาพวกเราไปเดินบนสันเขื่อนนิดหน่อย แต่ว่าทุกคนไม่มีอารมณ์เพราะว่าแดดร้อนมากและที่สำคัญคือ หิว!!
เลยบอกพี่คนขับว่า "ไม่ต้องไปเที่ยวไหนแล้วครับ ให้พุ่งตรงไปร้านข้าวที่อร่อยที่สุดเลย"
ระหว่างทางได้ผ่านร้านโจ้กที่กินกันเมื่อวานตอนเช้าอีกครั้ง พวกเราก็อดที่จะมองหาร้าน "โรงเตี๊ยม" ไม่ได้ (มึงจะอะไรกับโรงเตี๊ยมนักหนาเนี่ย)
มันเหมือนหนามที่ยอกอยู่ในหัวใจกับคำถามที่ว่า "โรงเตี๊ยมอยู่ไหน!!"
เอาเถอะ กลับไปที่ร้านข้าวเที่ยงวันนี้ดีกว่า
รถตู้พาพวกเราไปร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งพี่เค้าบอกว่าอร่อยมาก
จำไม่ได้ว่าชื่อร้านอะไร จำได้แต่ว่าชื่อไม่น่ากินอย่างแรง (เริ่มแหล่งใต้)
เป็นชื่อประมาณว่าเอามาจากชื่อเจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิงน่ะ
ประมาณ ครัวสมศรี ครัวสุภาพรรณ ครัววิภาสุปราณี อะไรประมาณนี้ (ใครจะเอาไปตั้งชื่อร้านกันบ้างก็ได้นะครับ ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์)
มีกฎเหล็กอยู่ข้อนึงในการสั่งอาหาร นั่นคือ "ห้ามสั่งอาหารตอนหิว"
เพราะอารมณชั่ววูบตอนนั้นมันจะทำให้เราสั่งอาหารแบบไร้สติ พอรู้ตัวก็กินกันไม่หวัดไม่ไหวแล้ว
แต่ตอนนี้พวกเราตาลายไปหมดแล้วครับ ลืมกฎเหล็กนั่นซะสนิทเลย
ถ้าใช้สำนวนแฮรี่พอตเตอร์ คงต้องบอกว่า "หิวจนจะกินฮิปโปกริฟได้ทั้งตัว" 55+
เพื่อนๆก็สั่งอาหารพื้นเมืองกันไป ปลาทอดบ้าง ยำบ้าง อะไรบ้าง (สำนวนวัยรุ่นมะ)
แต่ผมซึ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบทำตามใคร ชอบทำอะไรที่แตกต่างจากชาวบ้าน หรือที่ภาษาฝรั่งเค้าเรียกว่า Differentiation (สมกับที่เรียนอินเตอร์จริงๆ)
นอกจากนี้ผมยังชอบกินส้มตำ ลองกินส้มตำมาแล้วทุกที่ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำริมหาดทราย ส้มตำที่น้ำตก ส้มตำบนยอดดอย ส้มตำห้างสรรพสินค้า ส้มตำห้องแถว ส้มตำรถเข็น ส้มตำไฮโซ ผมชิมมาแล้วแทบทั้งสิ้น
วันนี้เลยไม่พลาดที่จะลองชิม "ส้มตำใต้" ว่าจะร้อนแรงอย่างที่เค้าว่ากันรึเปล่า
ผมเลยสุมหัวปรึกษาเพื่อนๆว่าจะกินส้มตำอะไรกันดี
ซุบซิบๆ
สรุปได้ว่าเอาแค่ตำไทยใส่ปูพอ ไม่ต้องแอ๊ดวานซ์ขนาดใส่ปลาร้า เพราะคงอ่อนล้าแน่ๆ ถ้าต้องมาท้องเสียระหว่างการเที่ยวอย่างนี้
แต่การสั่งตำไทยใส่ปูถึง 3 จานนั้นเป็นอะไรที่ขัดใจผมมาก ไม่มีความหลากหลายเอาซะเลย
เหมือนการจีบหญิงพร้อมกัน 3 คน แต่ทั้ง 3 คนเป็นฝาแฝด (จะจีบเยอะทำไมฟะ)
ผมเลยคิดว่าจะเอาตำไทยใส่ปูแค่ 2 จานแล้วก็ตำปูซักจานนึง จะได้เปลี่ยนรสชาติบ้าง
อืม เป็นความคิดที่ดีมาก
ผมเลยสั่งกับพนักงานไปว่า
"พี่ครับ เอาตำไทยใส่ปู 2 จาน แล้วก็เอาตำปูอย่างเดียว 1 จาน"
เวลาผ่านไปหลายนาที อาหารค่อยๆทยอยเสริฟลงบนโต๊ะ (และหมดอย่างรวดเร็วเหมือนโดนฝูงแร้งรุมทึ้ง)
จนกระทั่งถึงคิวของส้มตำของผม
ว่ะ ว่ะ ว่ะ ว่ะ ว้าว (ทำเสียงเหมือนเฮียหมู บางรักซอย 9 ด้วย)
จะได้กินส้มตำใต้แล้วสินะ
พนักงานเสริฟสาวค่อยๆวางจานส้มตำปูของผมลง
ภาพส้มตำตรงหน้า ทำเอาผมแทบสิ้นลมหายใจ
ส้มตำที่มีปูตัวดำเมี่ยม (ดำเมี่ยมจริงๆ) อยู่ล้นจาน (ประมาณ 10 กว่าตัว)
ไม่มีเส้นมะละกอ ไม่มีมะเขือเทศ ไม่มีถั่ว ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทน
มีแต่ปูดำ!!
ด้วยความตกใจ ผมเลยถามพนักงานเสริฟด้วยเสียงอันสั่นเครือว่า
"เอ่อ น้องครับ นี่มันอะไรครับ"
พนักงานเสริฟตอบกลับมากว่า
"ส้มตำปูอย่างเดียวไงคะ"
เอิ่ม
ส้มตำปูอย่างเดียวบ้านพ่อเมิงดิ
นี่กรูคนนะ ไม่ใช่นกปากห่าง จะได้ใช้จะงอยปากจิกปูนามากินได้ทั้งตัวอย่างนี้
ไอ้เราก็หวังดีกลัวว่าน้องเค้าจะสับสน เลยสั่งไปว่าส้มตำปูอย่างเดียว หมายถึงว่าส้มตำปูแบบไม่ใช่ตำไทยใส่ปูนะ เอาตำปูอย่างเดียว
แต่นี่เป็นตำปูอย่างเดียวจริงๆ แบบไม่มีมะละกอ ไม่มีเฮียอะไรเลย
ผมเองผ่านส้มตำมาก็เยอะ (เคยได้ยินแต่ "ผ่านโลกมาก็เยอะ" ไอ้นี่ผ่านส้มตำมาก็เยอะ) แต่ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน
ส้มตำที่ไม่มีเส้น!! เนี่ยนะ (มันมีจริงเหรอเนี่ย)
ผมพยายามขอความเห็นใจจากเพื่อนว่า "เฮ้ย นี่กรูผิดเหรอ"
เพื่อนๆที่แสนดีของผมก็ตอบมาโดยพร้อมเพรียงกันว่า "เออ มึงผิด"
สุดท้ายต้องเอาอีส้มตำปูล้วนเนี่ย ไปแบ่งทำเป็นตำไทยใส่ปู 2 จาน
สรุป ผมต้องรับผิดชอบโดยการกินส้มตำไทยใส่ปูสิริรวมถึง 4 จานด้วยกัน
ว่าจะกินส้มตำพอแค่ให้รู้รส
โหย แต่นี่กินยิ่งกว่าชาวอีสานซะอีก
ขอบคุณนะครับที่ให้ผมได้รู้จักกับคำว่า "ส้มตำปูอย่างเดียว"
ผมผิดตรงไหน ทำไมต้องมานั่งกินส้มตำปูถึง 4 จานเนี่ย
เพิ่มเติม
ผมเคยเจอประสบการณ์แนวนี้เหมือนกัน
สั่งแม่ค้าไปว่า "เอาสุกี้น้ำ ใส่ผักบุ้งอย่างเดียว (คือผมไม่ชอบผักกาดกับขื่นฉ่าย กินได้แต่ผักบุ้ง)
แต่สิ่งที่ได้มาคือ ผักบุ้งล้วนๆลอยอยู่ในจาน ไม่มีวุ้นเส้น ไม่มีเนื้ออะไรเลย
ตอนนั้นอยากจะถามแม่ค้าว่า "ป้าครับ นี่ป้าเห็นผมเป็นคนหรือเต่า"
คือป้าคิดว่าผมจะกินผักบุ้งอย่างเดียวอย่างนี้จริงๆเหรอ
นี่ไม่ใช่เทศกาล กินเจ นะ ไม่ต้องมังสวิรัติขนาดนั้น
ถ้าผมจะกินจริงๆ ผมไปเด็ดผักบุ้งในคลองแสนแสบกินเองก็ได้นะครับ ไม่ต้องมารบกวนป้าให้ลวกให้หรอก
เหนื่อยจริงๆ กับการสื่อสารที่ผิดพลาดเนี่ย 55+
ภูผาและลำธาร
หลังจากที่พวกเรากินส้มตำปูล้วนเสร็จ ก็นั่งรถตู้ต่อมาจนถึงรีสอร์ทภูผาและลำธาร
เป็นรีสอร์ทที่สวยมากๆ ผมไม่เคยพักแบบเห็นภูเขาลูกใหญ่ใกล้ขนาดนี้มาก่อน
ที่พักก็สวยงาม บรรยากาศก็ดี
เอาล่ะ เชิญรับชมภาพสวยๆดีกว่าเนอะ บรรยายไปก็จินตนาการไม่ออกหรอก
ผมว่าก็เป็นรีสอร์ทในฝันอย่างที่เค้าว่าจริงๆแหละ
ยืนอารมณ์ศิลปินอยู่คนเดียว
เพิ่งเห็นว่าก้นโคตรงอนเลย (อย่าลืมมาง้อล่ะ)
เส้นทางสู่ที่พัก นี่มันช่างงดงามอะไรเยี่ยงนี้
ดอกไม้งาม สวนสวย
Coffee Corner
บรรยากาศบริเวณ lobby
ศาลาน้อยคอยรัก
มีสระจากุ๊ดซี่ด้วยนะ แช่น้ำชมเขา อะไรจะโรแมนติกขนาดนั้น
เขาลูกนี้ใกล้ที่พักของเรามาก
ตอนเช้าเค้าบอกว่าจะมีหมอกปกคลุม
ตื่นเต้นๆ
ที่พักอยู่กลางหุบเขาเลย
บ้านของพวกเราทั้ง 9 คน
ที่พักน่ารักมาก เหมาะสำหรับการพาแฟนมาด้วยอย่างยิ่ง
อยากให้เธอเป็นเหมือนไพ่ในภาพนี้จัง
ทำไมคะ
เธอจะได้มีหัวใจให้ชั้นบ้าง
ฮิ้ววววว
มีเตียงผ้าใบด้วย รู้สึกเหมือนอยู่บางแสนยังไงชอบกล
ห้องน้ำสุดวาบหวิว
เปิดรับธรรมชาติมากๆ
ขอบคุณสำหรับ เพื่อนอ้วน พรีเส้นเตอร์ห้องน้ำของพวกเรา
ท่าอาบ Sexy มากๆ
ดอกไม้สีสดจริงๆ
ช้างมองเขา
ล่องเรือแคนู
พอถึงเวลา 4 โมงเย็น ก็เข้าสู่กิจกรรมของวันนี้ นั่นคือ กิจกรรมล่องเรือแคนู
เราจะได้ล่องเรือแคนูชมธรรมชาติของคลองสก (ถ้าจำไม่ผิดนะ) กันแล้ว
คุณลุงถ่ายภาพได้ดีเลยทีเดียว
(ตอนแรกแกยังเปิดกล้องไม่เป็นเลย)
ลงเรือแค๊บหมู
เฮ้ย!!
แคมหมู
เฮ้ย!!
แคมหนู
เฮ้ย!!
แคมนูน
เฮ้ย!!
แคนู
เฮ้ย!!
แคนู
เฮ้ย!!
โว้ย!! ถูกตั้งแต่สองอันที่แล้วแว้ว
(ดัดแปลงมาจากมุก ไวพจน์ เพชรสะพรึด เฮ้ย!! ไวพจน์ เพชรสุพรรณ)
ชิวๆ
มีต้องฝ่าดงกันเล็กน้อย
แม่น้ำสายนี้คั่นระหว่างรีสอร์ทกับภูเขาลูกนั้นนี่เอง
นี่แหละที่มาของ "ภูผา" และ "ลำธาร"
รากไม้ ร้ายมาก
มีให้พักกระโดดน้ำเล่นกันด้วย
หล่ออย่าบอกใคร
(บอกแล้วเดี๋ยวเค้าไม่เชื่อ)
ภูผา
สบายไปแระ
ให้ผมเหนื่อยคนเดียว
ตอนที่ล่องเรืออยู่นี้เอง ก็เหลือบไปเห็นตัวเงินตัวทอง
ด้วยความสงสัย เพื่อนผมเลยถามพี่เค้าว่า
"พี่คะ ตัวเงินตัวทอง คนใต้เรียกว่าอะไร"
พี่เค้าตอบสั้นๆแบบเน้นเสียงว่า
"เหี้ย!!"
แหม เหมือนเรียกเหมือนคนกรุงเทพเลยค่ะ
พี่แคนนูแวะเด็ดมะไฟให้พวกเราได้กินกัน
ผมตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยได้กินอะไรอย่างนี้มาก่อน (ปกติทานแต่สตรอแบร์รี่)
ผมเลยกินมะไฟไปเยอะมากกกกก กินจนลิ้นแตกเลยทีเดียว
ร้อนสมชื่อ "มะไฟ" จริงๆ
มะไฟที่กินไม่หมด เราก็เอามาปาเล่นกัน
เป็นยุทธนาวี (สงครามทางน้ำ)
พี่เค้าคงแอบด่าพวกเราในใจ (ไอ้ห่าน กรูอุตส่าห์ปีนไปเด็ดมา มึงมาปาเล่น)
เขาสวย น้ำใส
เห็นแพแล้วผมขนลุกขนพองด้วยความกลัวเลยครับ
นี่มันแพที่พาพวกเราไปไนท์ซาฟารีนี่นา (ส่องสัตว์)
ฝันร้ายชัดๆ
ล่องเรือมาไกลพอสมควร เลยต้องนั่งรถกลับ
หลังจากล่องเรือแคนู
พวกเราก็กลับมากินข้าวที่รีสอร์ท ตอนค่ำๆก็ลงเล่นน้ำสระจากุ๊ดซี่
แล้วก็เล่นไพ่ร้องเพลงกันตามประสา
แล้วก็แยกย้ายกันเข้านอน
(บรรยากาศบนเตียงโคตรจะสวีท อันแน่ คิดอะไรกันอยู่)
DAY 3
ชมหมอกยามเช้า
ไม่น่าเชื่อนะครับว่านี่กำลังล่องใต้กับนายอุ๊ยกันอยู่
เพราะมีการชมหมอกยามเช้าแทบทุกวัน นึกว่าอยู่ดอยอ่างขาง
พวกเราตื่นมากันแต่เช้า เท่าที่สังขารจะอำนวย
พอเปิดประตูห้องออกมาปุ๊บ
ก็อดประทับใจภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ได้ ต้องรีบไปเอากล้องมาถ่ายเลยทีเดียว
เปิดประตูออกมา ก็พบกับภาพนี้
แม่เจ้า
ภูเขาที่ตั้งเด่นเมื่อวาน หายไปกับม่านหมอก
เหมือนอยู่เหนือเลยเนอะ
พวกเราเดินไป Have a breakfast กัน (สมกันที่เรียนอินเตอร์)
ถ่ายรูปแบบดูดสี ด้วยกล้อง Canon
กินอาหารเช้าแบบฝรั่ง ท่ามกลางม่านหมอก
เพื่อนตูน เป็นคนรักหมา 55+
เพื่อนวุด ใส่เสื้อแบบกลัวไม่รู้ว่าเจ้าของชื่ออะไร
Dog's Eye View
หมาจะมองมนุษย์ เหมือนที่มนุษย์มองหมารึเปล่านะ
เวลาหมาด่ากัน "ไอ้ปากมนุษย์"
ผมว่าแรงกว่ามนุษย์ด่ากัน "ไอ้ปากหมา" อีกเนอะ
ปากหมาก็ได้แต่เห่า แต่ปากมนุษย์นี่สิ.....
ดูดสีดอกไม้
สายๆ หมอกก็ค่อยๆจางไป
ความเจ็บช้ำในใจล่ะ เมื่อไรจะจางไปบ้าง
(เฮ้ย มาซึ้งได้ไงเนี่ย)
วันนี้อากาศดีนะครับ
เพื่อนอิ๋ม
กระโดดเหมือนก้อย รัชวิน ในโฆษณาผ้าอนามัย
To be continued
สำหรับที่ภูผาและลำธารในวันที่ 3 นี้ ก็ไม่มีอะไรมาก เดินถ่ายรูปพักผ่อนกันสบายๆ
ตอนเที่ยงก็เตรียมตัวสู่ที่หมายต่อไป "เขาหลัก" (เอนทรีหน้า)
ขอบอกว่ารีสอร์ทภูผาและลำธารที่นี่บรรยากาศดีมากๆ
ต้องไปเที่ยวกันให้ได้
เที่ยวเมืองไทย ไม่ไป ไม่รู้นะครับ

หลงใหลในเสน่ห์เมืองใต้มั่งม้าย...??
ปล.
ตำปูอย่างเดียว
ฮาอย่างแรง
คนใต้ฮาเจ็บพุงเลยนิ...
#1 By ซับบาธ... on 2009-07-04 13:30