ล่องใต้กับนายอุ๊ย#5 เรื่องเล่าจากเขาหลัก
posted on 08 Jul 2009 11:44 by dekwad in Travel-With-Oui
สวัสดี สวีดัส
แอบมาอัพบล๊อคอีกครั้ง ก่อนที่จะสอบตัวสุดท้ายในวันศุกร์นี้ (ยังมีหน้ามาเล่นอีก)
วันนี้ขออนุญาตไม่ตลกหนึ่งวันเพราะว่าอยู่ในช่วงการสอบ
ใครจะตลกก็ตลกกันไปเถอะ แต่คนที่อ่านหนังสือไม่ทันนี่มันตลกไม่ออกจริงๆครับ
หลังสอบขอสัญญา ว่าจะกลับมาฮาเหมือนเดิม
เกี่ยวก้อยๆ
เอนทรี่นี้ก็จะเป็นเอนทรี่สุดท้ายของทริป "ล่องใต้กับนายอุ๊ย" แล้วนะครับ
อาจจะไม่มีบรรยายมากเหมือนเอนทรี่ที่ผ่านมา ต้องอภัยมาใน ณ ที่นั้น
ดูรูปชิวๆแล้วกันเนอะ จะได้ไปอ่านหนังสือหนังหากันบ้าง
เขาหลัก อนุสรณ์แห่งสึนามิ
หลังจากที่ผมและผองเพื่อนได้ออกจากรีสอร์ทภูผาและลำธาร
พวกผมก็เดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั่นคือ "เขาหลัก"
พอพูดถึงเขาหลัก ภาพแรกที่เข้ามาในสมองของผมก็คือ ภาพทะเลเปลี่ยวๆ วังเวงๆหน่อย รอบๆมีบ้านร้างที่เสียหายจากคลื่นสึนามิ ดึกๆก็มีวิญญาณฝรั่งออกมาเล่นน้ำกัน
บรึ๋ยยยยยย
สยองเนอะ ยอมรับว่าเขาหลักเป็นที่ที่ผมไม่ค่อยอยากจะไปเลย
จำได้ว่าตอนที่เพื่อนเอาโปรแกรมเที่ยวมาเสนอ
ผมถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงวิงวอน
"เธอๆ ไปเขาหลักจริงหยอ มันน่ากลัวนะ"
สุดท้าย คำวิงวอนก็ไม่ได้ผล
แต่หลังจากที่ได้ไปเที่ยวมา ผมก็ได้พบว่าเดี๋ยวนี้เขาหลักเปลี่ยนไปแล้ว
เพื่อนๆคนไหนที่ไม่กล้าไปเขาหลักเพราะยังกลัวอยู่ ขอให้อ่านเอนทรี่นี้แล้วตัดสินใจใหม่ได้นะครับ
เขาหลักเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
อุ๊ย คอนเฟิร์ม
รีสอร์ทที่พวกเราจะมาพักกันในคืนนี้
Khaolak Oriental
เป็นรีสอร์ทที่สร้างขึ้นมาใหม่ครับ
หลังจากเหตุการณ์สึนามิ
พอมาถึงก็มีน้ำพันช์เย็นๆออกมาต้อนรับ
ดื่มกันให้ชื่นใจ
(ไม่รู้เรียกว่าน้ำอะไร แต่เรียก "พันช์" ให้มันดูอินเตอร์นิดนึง)
เฮ้ย นี่มันมังกร อย่ามาแอ๊บเป็นเดอะด๊อก
มีหมากรุกจีนให้เล่นด้วย
ศึกแห่งศักดิ์ศรีเลยล่ะ
ใครทำล้มนี่โดนรุมประณาม
เปิดประตูออกมาก็พบกับสระว่ายน้ำ
ในชีวิตผมก็ไม่เคยพักที่พักที่ใกล้สระว่ายน้ำขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย
ตื่นเต้นๆ
บริเวณบ้านที่พวกเราพักกันครับ
เปิดประตูห้องมาปุ๊บ เห็นฝรั่งนุ่งบีกินี่นอนอาบแดดปั๊บ
อะไรจะขนาดน้านนน
ไม่ต้องมาถามกันนะครับว่าทำไมไม่เอารูปที่มีคนมาลง
เพราะผมไม่ได้ถ่ายมา
ไม่เชื่อเหรอ
จริง จริ๊งง
บรรยากาศภายในห้องพักของผมครับ
ห้องน้ำ
ยอมรับอย่างไม่อายว่า ห้องน้ำที่นี่หรูกว่าห้องนอนบ้านผมอีก
ยักษ์หลับ
(อย่าอ่านออกเสียงผิดนะครับ)
เส้นทางสู่ทะเลเขาหลัก
จากรีสอร์ทที่นี่เดินไปแค่นี้ก็เจอทะเลแล้วครับ
ฝึกซ้อมหนีสึนามิกันก่อน
(ต้องวิ่งไปอีก 1 กิโลเลยเหรอฟะ)
เป็นชื่อ อบต. ที่กระปรี้กระเปร่าที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
ดีที่ตำบลติดกันไม่ชื่อ อบต. ครึกครื้น หรือ อบต.รื่นเริง
ไม่งั้นชาวบ้านคงสนุกสนานจนไม่ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว
ภาพทะเลอันวิเวกวังเวงที่ผมเคยวาดภาพทะเลเขาหลักไว้ มันสลายไปเลยครับ
เมื่อเห็นทะเลที่สวยงามอยู่ตรงหน้า
ไอ้นี่ก็รื่นเริงไปทุกที่
เป็นลูกสาว อบต. คึกคักรึเปล่าฟะ
ทะเลเขาหลัก สัญญาณดี
ทำไมวะ
คลื่นแรงมาก
.
.
.
.
.
.
.
ว่าแล้วต้องไม่ขำ
ทิวสน
ได้ยินว่าทิวสนนี่เป็นแค่ของไม่กี่อย่างที่ไม่ตกเป็นเหยื่อของมัจจุราช "สึนามิ"
นอกนั้นเรียบเป็นหน้ากอง
น่ากลัวเนอะ
รอยเท้าบนผืนทราย
"โอ้รักเราเหมือนรอยเท้าก้าวบนทราย พลันสลายเมื่อรักเขาซัดเข้ามา"
บรรยากาศทะเลยามเย็น
ช่วงที่พวกเรามากันไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวซักเท่าไร
ทั้งหาด มีแต่พวกเรานี่แหละ
อะไรจะชิวขนาดน้านน
รองเท้ายังมีคู่เนอะ
เอ้า ลงมาเล่นน้ำกัน
เชื่อยัง ว่าคลื่นแรงมากกกกก
ซัดมาทีมิดหัวเลยล่ะ
ตกซะแระ
หลังจากเล่นน้ำทะเลและน้ำสระก็อาบน้ำชำระร่างกาย
เสร็จก็ลงมารับประทานอาหารดินเนอร์กัน
รับประทานอาหารดินเนอร์ใต้แสงเทียน!!
แม่เจ้า คุณภาพชีวิตสูงปรี๊ดเลยทีเดียว
จะว่าไป จริงๆแล้วผมก็รับประทานอาหารใต้แสงเทียนบ่อยๆนะครับ
แหม คุณอุ๊ย ออกไปดินเนอร์กับครอบครัวทุกวันเลยเหรอคะ
เปล่าครับ พอดีบ้านไฟดับบ่อย
หน้าตาแต่ละคนดูไม่คู่ควรกับอาหารมื้อนี้เลย
พวกคุณเหมาะกับส้มตำปูล้วนมากกว่านะ ผมว่า
ใต้แสงเทียน
ไว้จะพามานะจ๊ะ ที่รัก
(ซ้อมไว้ก่อน เผื่อมีโอกาสได้พูดประโยคนี้กับแฟน)
อาหารมื้อนี้ก็ธรรมดามากครับ
มีแค่กั้งเผา ปูม้าเผา กุ้งเผา ปลาเผา หอยเผา ปลาหมึก แล้วก็ ปอเปี๊ยะ
แน่นอนครับ ผมเลือกกินปอเปี๊ยะ
ซากสังขารของบรรดาสัตว์น้ำ
นี่ก็เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของที่กระผมรับประทานไป
ทานกันเยอะมากครับ เพื่อนผมคนนึงแทบจะล้มตัวนอนลงตรงนั้นเลย
ซัดกันเหมือนไม่เคยกินอาหารทะเลกันมาก่อน
คืนนี้ที่เขาหลัก
หลังจากซัดอาหารกันอย่างเต็มที่ (อิ่มยันถึงกรุงเทพเลยล่ะ)
พี่กุ๊ก (แปลว่าคนทำอาหารนะ ไม่ใช่ชื่อกุ๊ก) ก็มาเล่าประสบการณ์สึนามิให้พวกเราฟัง
ภาพเหตุการณ์สึนามิที่ผมเคยเข้าใจเป็นอะไรที่เล็กน้อยมาก เทียบไม่ได้เลยกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคลื่นยักษ์สูงถึงประมาณตึกสองสามชั้น กวาดทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากอง
เหตุการณ์ในวันนั้น ยังคงเป็นฝันร้ายของทุกคนในวันนี้
ขอไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์สึนามิในที่นี้ด้วยนะครับ
หลังจากดินเนอร์กันเสร็จ ผมก็มาใช้บริการอินเตอร์เนตของทางรีสอร์ท
แล้วก็ไม่ลืมที่จะตั้ง dekwad.exteen.com ไว้เป็นหน้า Home ของคอมเครื่องนี้
เวลามีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการปุ๊บ ก็จะขึ้น page ของผมมาปั๊บ
นักท่องเที่ยวก็จะอุทานในใจว่า "เฮ้ย นี่มันบล๊อคอะไรเนี่ย น่าสนใจจริงๆเลย"
เป็นการโฆษณาอย่างหนึ่ง 55+
แหม คนอะไร ไอเดียดีจริงจริ๊ง
และแล้วก็เข้าสู่ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือเวลากลางคืน
ที่ผมเคยเล่าว่าผมชอบตื่นมาตอนตีสามนั้น คืนนี้ผมไม่เป็นแล้วครับ
เพราะว่าคืนนี้ผมนอนไม่หลับเลย!!
การที่ต้องมานอนในที่ที่เคยมีผู้เสียชีวิตเป็นหมื่นๆคน มันยากที่จะข่มตานอนได้เลยจริงๆ
แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรมารบกวน
ผมก็ทำโน่นทำนี่ หลับๆ ตื่นๆ จนถึงเช้า
เฮ้อ โล่งอก
DAY 4
สู่เมืองภูเก็ต
ตอนเช้าพวกเราก็เล่นน้ำโน่นนี่กันอีกครั้ง ก่อนที่จะไปภูเก็ตเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ
วันนี้รถตู้ของทางรีสอร์ทจะพาพวกเราเที่ยวภูเก็ตแล้วก็ไปส่งขึ้นเครื่องตอนประมาณ 3 ทุ่มเลย
พวกเราแวะชมพิพิธภัณฑ์คลื่นยักษ์สึนามิ
ภาพซ้ายมือคือภาพก่อนสึนามิจะถล่ม เขียวชอุ่มมาก
ภาพขวาคือภาพหลังเหตุการณ์ เรียบไม่เหลือเลย
น่ากลัวจริงๆ
แวะกินบะหมี่
แวะไหว้พระที่วัดฉลอง
แหลมพรหมเทพ
แหล่งชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในภูเก็ต
(พิมพ์ตามจากเค้าอ่ะ แหะๆ)
เป็นแหลมยื่นออกไป
แวะชมบรรยากาศยามเย็นที่แหลมพรหมเทพ
หลังจากนั้นเราก็แวะกินมื้อสุดท้ายที่ร้านตังเกครับ
(ทางเข้าวกวนมาก)
ยังไม่เลิกกินส้มตำกันอีก
กินจนมื้อสุดท้าย
ฉากสุดท้าย "ล่องใต้กับนายอุ๊ย"
และแล้วก็ถึงฉากสุดท้ายของทริปนี้
โบราณว่า "ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกรา"
แต่เราก็สามารถจัดงานเลี้ยงได้บ่อยๆนี่ จริงมั้ย
เอาล่ะ ไม่ต้องซึ้งอะไรกันมาก
ไม่ต้องถึงกับเปิดเพลง "กว่าจะรัก เท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใช้เวลา"
นี่ไม่ใช่งานปัจฉิมนิเทศนะ
พวกเรามาที่สนามบินภูเก็ต เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพด้วยสายการบิน Air Asia
แน่นอนที่สุดครับ เครื่องดีเลย์
พวกเราเลยนั่งเล่นโน่นนี่ก็อยู่ที่สนามบินนั่นแหละ
นึกว่าสนามบินร้างนะเนี่ย
ดึกแล้ว ไม่ค่อยมีคนอยู่เลย
![]()
เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าที่ทันสมัยมากครับ
คงยืมมาจากร้านผักสด
สมกับเป็นสายการบิน Low cost จริงๆ
อย่าเข้าใจผิดว่าเป็น "พี่โจ้ก So cool" นะ
นี่ผมเองครับ
No comment จ้า
Air Asia VS แอร์เสีย
ป้ายนี้ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มาสะดุดตาตรงวันที่คาดว่าจะเสร็จนี่แหละครับ
1 ม.ค. 2553
นี่เมิงซ่อมบันไดเลื่อนหรือขยายเส้นทางรถไฟฟ้า BTS เนี่ย
โคตรนานเลย
และแล้วพวกเราก็ขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
ขอบอกอีกครั้งว่าค่าใช้จ่ายทั้งทริปนี้ ตั้งแต่นั่งรถตู้มาสุราษฏร์ นอนแพที่เขื่อนเชี่ยวหลาน พักที่ภูผาและลำธาร ล่องเรือแคนนู พักที่เขาหลักออเร็นทัล เที่ยวภูเก็ต ค่าเครื่องบินขากลับ
ทั้งหมดนี้ค่าใช้จ่ายเพียง 6100 บาท เท่านั้น
ราคาถูกแสนที่จะถูกและกับประสบการณ์ที่สุดแสนประทับใจ
ทั้งส่องสัตว์ ชมหมอก นอนกลัวผี ฯลฯ
มาเที่ยวเมืองไทยกันเถอะครับ ยังมีที่สวยๆอีกมากมายหลายสิ่ง
เที่ยวเมืองไทย "ไม่ไปไม่รู้" จริงๆ
Special Thanks
ขอขอบคุณเพื่อนอิ๋มและเพื่อนวินที่เป็นธุระจัดทริปที่แสนสนุกสนานในครั้งนี้
ขอขอบคุณเพื่อนร่วมทริปล่องใต้ทุกคนที่ไปร่วมสร้างความฮาด้วยกัน
ขอขอบคุณเพื่อนกอล์ฟที่เล่นเพลงคลาสสิกให้พวกเราฟัง
ขอขอบคุณเพื่อนวุดที่ตะโกนว่า "นี่ไง โรงเตี๊ยม"
ขอขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ ที่เลี้ยงผมมาจนถึงวันนี้
และที่สำคัญที่สุด ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน "ล่องใต้กับนายอุ๊ย" จนมาถึงตอนสุดท้ายนี้
เรายังเหลือ "อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น" กันอีกนะครับ
เล่าไม่รู้จักจบจักสิ้นซักที อย่าเพิ่งเบื่อไปก่อนซะล่ะ
อย่าลืมงดเหล้าช่วงเข้าพรรษา
ไว้สอบเสร็จ จะกลับมาป่วน กวน ฮา ใหม่นะครับ
สำหรับวันนี้
เค้าอ่านหนังสือไม่ทันแว้ววววววววววว
แง้ๆๆ

แต่มาสะดุดอารมณ์ตรงเห็นหน้า น้องอุ้ยนี่แหละ
#1 By อาจารย์ไม่ใช่อาจม on 2009-07-08 12:01