ข้อคิดเรื่องความรักจาก Plattinum ภาค2
posted on 01 Aug 2009 10:54 by dekwad in Funny
ก่อนอ่าน!!
เนื่องจากเอนทรี่นี้เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันกับเอนทรีที่แล้วคือ "ข้อคิดเรื่องความรักจากPlattinum" ภาค 1
ใครที่ยังไม่เคยอ่านหรือเคยอ่านแต่ลืมไปแล้ว อยากให้กลับไปอ่านก่อนเพื่อให้ได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น
ขอบพระคุณครับ
(อ่ะ ยังไม่กลับไปอ่านอีกแน่ะ)
เมื่อวันโน้นนนนนนนนนนนนนนนนนน
น้องคนเมือง MSN มาถามอ้ายอุ๊ยคนกรุงว่า
"อ้ายอุ๊ย ๆ ระหว่าง "คนที่ชอบ" กับ "คนที่ใช่" อ้ายอุ๊ยจะเฮือกไผ"
(แน่ะ ยังไม่กลับไม่อ่านภาคแรกอีก)
เนื่องจากอ้ายอุ๊ยคนกรุงเป็นคนที่หล่อระดับ "โดม ปกรณ์" หน้าละอ่อนเหมือน "นิชคุณ" ดูดีมีชาติตระกูลเหมือนใช้นามสกุล "วงศ์คำเหลา"
กรูหล่อเลือกได้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ทำเสียงแดกดัน)
มีประสบการณ์ในการเลือกสาว ๆ เยอะเหลือเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน (ทำเสียงประชดประชัน)
ผมเลยตอบน้องคนเมืองไปว่า
"อ้ายอุ๊ยบ่อฮู้"
น้องคนเมืองเลือกถามผิดคนแล้วเน่อ มาถามอ้ายอุ๊ยเนี่ย
ถ้ามี "คนที่ชอบ" หรือ "คนที่ใช่" ผ่านเข้ามาในชีวิตอ้ายอุ๊ยแม้แต่คนเดียว
อ้ายอุ๊ยจะรีบตะครุบไว้ (เฮ้ย!! คนนะ ไม่ใช่หนูแฮมสเตอร์)
เมื่อวันนั้นนนนนนนนนนนนนนน
ผมมีโอกาสได้ไปซื้อเสื้อผ้าที่ห้างแพลตตินั่ม
และก็บังเอิญได้คำตอบจากการเลือกกางเกงไซส์ 31
คืนวันนั้นผมจึงกลับไปให้คำตอบกับน้องคนเมืองว่า
"อ้ายอุ๊ยว่าน้องยังบ่อต้องเฮือกหรอก รอ "คนที่ทั้งใช่แล้วก็ชอบด้วย" ดีกว่าเน่อ"
เมื่อฟังคำตอบ น้องคนเมืองก็ยังไม่สาแก่ใจ ยังถามคำถามอ้ายอุ๊ยต่ออีกข้อว่า
"อ้ายอุ๊ย ๆ แล้วถ้าเฮากำลังคบอยู่กับ "คนที่ใช่" แล้วไปป๊ะกะ "คนที่ใช่กว่า" ล่ะ อ้ายอุ๊ยจะเลือกไผ"
ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้คำตอบ เลยพูดติดตลกกับตัวเองว่า
"นี่กรูต้องไปแพลตตินั่มอีกแล้วเหรอเนี่ย ฮ่าๆๆๆ"
แต่เหมือนดังนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ไปแพลตตินั่มอีกครั้ง
และที่ฮากว่านั้นก็คือ เสือกได้คำตอบกลับมาให้น้องคนเมืองอีกแน่ะ
ถ้าใครกำลังมีปัญหาเรื่องความรัก ผมขอแนะนำให้ไปห้างแพลตตินั่มครับ
ที่นั่นมีทุกคำตอบเกี่ยวกับความรักให้กับคุณจริง ๆ
อุ๊ยคอนเฟิร์ม
เมื่อไม่นานมานี้
ผมกับพี่สาวได้มีโอกาสกลับไปซื้อเสื้อผ้าที่ห้างแพลตตินั่มกันอีกครั้ง
คราวนี้ผมไม่อยากได้กางเกงไซส์ 31 แระ แต่อยากได้กระเป๋าหนังไว้ใส่หนังสือไปเรียนซักใบมากกว่า
ผมเดินหาอยู่นานมากเพราะกระเป๋าหนังราคาค่อนข้างแพง คนจน ๆ หาเช้ากินค่ำอย่างผมไม่มีปัญญาที่จะซื้อหรอก
พวกเราเดินวนหาอยู่เกือบชั่วโมง และแล้วผมก็ไปถูกใจกับกระเป๋าใบนึงเข้า
อุ๊ย : พี่ครับ กระเป๋าใบเท่าไรครับ
คนขาย : เท่าเนี่ย (พร้อมทำมือประกอบ)
อุ๊ย : เอ่อ หมายถึงราคาครับ ไม่ใช่ขนาด (ไอ้ห่า มันใช่เวลามาตลกมั้ย)
คนขาย : 990 บาทค่ะ
เอ่อ พ่อมึง
ราคาเกินหน้าคุณภาพมาก ไม่ทราบว่านี่ทำจากหนังตาหมีแพนด้าเหรอครับ
ตอนนั้นผมคิดว่าคงไม่เอาแล้วเพราะว่าราคาค่อนข้างแพง เลยแกล้งต่อเยอะ ๆ ไป (เผื่อฟลุ๊ค)
อุ๊ย : 700 ได้มั้ยพี่
พี่สาวผมดูจะตกใจกับการต่อราคาของผมมาก เธอมีสีหน้าแตกตื่นพร้อมกับกระซิบผมเบา ๆ ว่า
พี่สาว : จะบ้าเหรอ ต่ออะไรอย่างนั้น
ผมก็รู้สึกว่า เออ จริงด้วย ไม่น่าเลยเรา ต่อขนาดนั้นเดี๋ยวคนขายก็ด่าลับหลังเอาหรอก
ทันใดนั้น พี่สาวของผมก็ถามคำถามที่ทำให้ผมต้องตกตะลึง
พี่สาว : 500 ได้มั้ย
แล้วคนขายก็ตอบด้วยคำตอบที่ทำให้ผมต้องตกตะลึงยิ่งกว่า
คนขาย : ได้ค่ะ เดี๋ยวใส่ถุงให้นะคะ
พี่สาว : ขอบคุณค่ะ
เอ่อ คือว่า แบบว่า แบบว่า
สำหรับผู้หญิง การต่อราคาได้เยอะขนาดนี้อาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพวกเธอไปแล้ว
แต่สำหรับผู้ชายซื่อ ๆ อย่างผม การต่อราคากระเป๋าหนังจาก 990 เหลือ 500 เนี่ย เป็นเรื่องที่ผมประหลาดใจมาก
ผมเพิ่งรู้ว่าแม่ค้าแม่ขายเค้าบวกกำไรเข้าไปเยอะขนาดนี้
ต้นทุนคงแค่ 300-400 เสือกตั้งราคาตั้ง 990
เอากำไรที่ได้ไปโหวตเอเอฟเหรอครับ ป้า (ตอนแรกเรียกพี่)
หลังจากได้กระเป๋าใบงามในราคาเกือบถูก (เกือบถูกหลอก) พวกเราก็เดินเล่นชิว ๆ กันต่อ
จริง ๆ แล้วเอนทรี่นี้สมควรจะจบลงแบบขำ ๆ แต่เพียงเท่านี้ ถ้าผมไม่เดินผ่านร้านขายกระเป๋าหนังอีกแห่งหนึ่ง
ที่ร้านนี้ ผมสะดุดตากับกระเป๋าหนังสีน้ำตาลใบหนึ่ง มันเท่สุด ๆ กระเป๋ามีขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป พอเหมาะกับสัดส่วนร่างกายของผมพอดิบพอดี สายสะพายก็สอดรับกับกระดูกไหปลาร้าด้านซ้ายของผม สีของกระเป๋าเข้ากับสีม่านตาของผมมาก ๆ เวลาเอามาใช้น่าจะดูดีเหมือนสิงโต เดอะสตาร์ยังไงยังงั้น (ถ้ากระเป๋ามันจะทำให้คนดูดีขึ้นขนาดนี้ ผมขอถือกระเป๋าเอามาปกปิดร่างกายแทนการใส่เสื้อผ้าเลยล่ะ)
ออกตัวไว้ก่อนว่าปกติผมก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องช็อปป้ง ช้อปปิ้งเท่าไร
แต่กระเป๋าใบนี้เป็นหนึ่งในของไม่กี่ชิ้นที่ผมอยากได้แบบจริง ๆ จัง ๆ
เอาล่ะ ยังไงผมจะต้องเป็นเจ้าของกระเป๋าใบนี้ให้ได้
ผมขยิบตาสองทีให้กับพี่สาว เป็นการขอร้องให้เธอเข้าไปต่อราคาให้ (เหมือนมีเลขาส่วนตัว)
พี่สาวผมทำหน้างง ๆ พร้อมกับถามว่า
พี่สาว : ขยิบตาทำไม อะไรเข้าตาเหรอ?
อุ๊ย : อืม แมลงหวี่ เฮ้ย!!! ไม่ใช่เว้ย ส่งซิกให้ไปต่อราคากระเป๋าใบนี้ให้หน่อย
พี่สาว : อ้าว จะซื้ออีกแระ แล้วใบที่เพิ่งซื้อมาล่ะ ไม่ชอบเหรอ (กรูอุตส่าห์ต่อให้ตั้งเยอะ)
อุ๊ย : ก็ชอบ แต่ชอบใบนี้มากกว่า
พี่สาว : อ้าว ก็มีใบที่ชอบอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นต้องซื้ออีกเลย ถ้าซื้อใบใหม่มาแล้ว ใบเก่าล่ะจะเอาไปไว้ไหน??
ชิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เดจาวู!!
มันกลับมาอีกแล้ว
ตัดเป็นภาพสโลโมชั่น
ไอ้อุ๊ยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แม่ค้าร้านกระเป๋าค่อย ๆ เลื่อนมือปัดแมลงหวี่บี้แมลงวันอย่างช้า ๆ
เสียงเรียก "อ้ายอุ๊ย อ้ายอุ๊ย" ของน้องคนเมือง ดังก้องอยู่ในหู
ผมปวดแสบตรงรอยแผลเป็นที่หน้าผากเหลือเกิน (เอ่อ น้องคนเมืองนะ ไม่ใช่ลอร์ดโวลเดอร์มอล์)
สายตาของผมเริ่มลางเลือน คล้ายกับจะสิ้นสติสมประดีไป
ผมได้คำตอบไปบอกน้องคนเมืองแล้วล่ะ
หมายเหตุ เป็นการเล่าเรื่องที่เวอร์มาก โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
คืนวันนั้น
ผมออน MSN เหมือนทุก ๆ วัน
คืนนั้นมีสาว ๆ เข้ามาทักผมเยอะมาก ผมคุยไม่ไหวจนต้องตั้ง Appear offline (จ้า ไอ้คนหล่อ)
ผมนั่งเล่นอยู่ซักพักใหญ่ ๆ น้องคนเมืองเจ้าเก่าก็ Online
อ้ายอุ๊ย : น้องจูน ๆ
น้องคนเมือง : สวัสดีเจ้า อ้ายอุ๊ย
อ้ายอุ๊ย : ตี้น้องเคยถามอ้ายอุ๊ยเมื่อวันก่อน อ้ายอุ๊ยได้คำตอบแล้วเน่อ
น้องคนเมือง : ถามอะหยังกา
อ้ายอุ๊ย : (อ้าว ถามทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เหรอเนี่ย ไอ้เราก็คิดจริงจัง)
อ้ายอุ๊ย : ตี้น้องถามว่า "อ้ายอุ๊ย ๆ แล้วถ้าเฮากำลังคบอยู่กับ "คนที่ใช่" แล้วไปป๊ะกะ "คนที่ใช่กว่า" ล่ะ อ้ายอุ๊ยจะเลือกไผ" จำได้ก่อ ถ้าจำบ่ได้ ขอฮื่อกลับไปอ่านเอนทรี่ที่แล้วเน่อ
น้องคนเมือง : อ้อ จำได้แล้วเจ้า อ้ายอุ๊ยว่าเฮาควรจะยะอะหยังดี (ยะอะหยัง = ทำอะไรดี)
อ้ายอุ๊ย : เอางี้ อ้ายอุ๊ยถามก่อนว่า ถ้าสมมติน้องเดินอยู่ตี้ห้างแพลตตินั่ม แล้วป๊ะกับกระเป๋าตี้ชอบ น้องจะยะอะหยัง
น้องคนเมือง : อ้ายอุ๊ย ๆ เดี๋ยวก่อน แพลตตินั่มคืออะหยังกา
อ้ายอุ๊ย : เอิ่ม งั้นเอาใหม่ ถ้าสมมติน้องเดินอยู่ตี้ถนนคนเดินแล้วไปป๊ะกับรองเท้าราคาแพงตี้ชอบ น้องจะยะอะหยัง
น้องคนเมือง : ซื้อสิ อ้ายอุ๊ย ถามอะหยังบ่กึ๊ด (ถามอะหยังบ่กึ๊ด = ถามอะไรไม่คิด)
อ้ายอุ๊ย : แล้วถ้าเดินไปอีกพ่อง ป๊ะกับรองเท้าอีกคู่ตี้ชอบมากกว่า น้องจะยะอะหยัง
น้องคนเมือง : ซื้ออีกคู่สิ อ้ายอุ๊ย ถามบ่กึ๊ดอีกแล้ว
เอ่อ งานเข้ากรูแล้วสิ
ไม่น่ายกตัวอย่างการซื้อรองเท้ากับเด็กผู้หญิงเลย คือมันต้องซื้ออีกแน่ ๆ
เอาไงดีทีนี้ ไม่น่าอุปมา อุปไมยมากจนเกินไปเลยนิ บอกแต่แรกก็สิ้นเรื่องแระ
อ้ายอุ๊ย : เอ่อ เอาเป็นว่าถ้าบ้านน้องบ่อมีตังค์นัก (ไม่มีเงินมากนัก) น้องจะยะอะหยัง
น้องคนเมือง : ก็คงบ่ซื้อแหละ ถ้าซื้ออีกคู่ก็บ่ฮู้จะเอาคู่เก่าไปไว้ตี้ไหน
อ้ายอุ๊ย : เอาล่ะ ฟังฮื่อดีเน่อ
ผมกระแอมไอคร้ั้งนึงเพื่อจะทำเสียงหล่อ (แต่ผมลืมไปว่า MSN ไม่ได้ยินเสียง)
การตี้เฮาคบกับ "คนที่ใช่" อยู่แล้ว แล้วไปป๊ะกับ "คนที่ใช่กว่า" ในภายหลัง ก็เหมือนกับการตี้น้องเดินบนถนนคนเมือง ได้ซื้อรองเท้าที่ชอบแล้ว ดันไปเจอรองเท้าที่ชอบกว่าอีกคู่ที่ร้านถัดไป
น้องคนเมือง : อ้ายอุ๊ย ๆ อ้ายอุ๊ยเปรียบแฟนเฮาเป็นรองเท้าเลยก่อ
อ้ายอุ๊ย : เอ่อ น้องเจ้าช่วย keep to the point หน่อยได้มั้ย อ้ายอุ๊ยกำลังจะหล่อเลยเนี่ย
เอาใหม่!!
การตี้เฮาคบกับ "คนที่ใช่" อยู่แล้ว แล้วไปป๊ะกับ "คนที่ใช่กว่า" ในภายหลัง ก็เหมือนกับการตี้น้องเดินอยู่บนถนนคนเมือง ได้ซื้อรองเท้าที่ชอบแล้ว ดันไปเจอรองเท้าที่ชอบมากกว่าอีกคู่ที่ร้านถัดไป
ถ้าเราตัดสินใจซื้อเพิ่ม เราก็จะมีรองเท้าถึง 2 คู่ ทั้ง ๆ ที่เรามีเท้าอยู่แค่ 2 ข้างเอง รองเท้า "คู่เก่า" ก็จะกลายเป็นแค่ "ส่วนเกิน" ไป
ความรักก็เช่นกัน ถ้าเราตัดสินใจเลือกคนที่ใช่กว่าเข้ามาอีกคน เราก็จะมีถึง 2 รัก ทั้ง ๆ ที่เรามีหัวใจแค่ดวงเดียงเอง (วันนี้มันคารมดีเว้ย) เมื่อเป็นเช่นนั้น "คนเก่า" ก็จะกลายเป็นแค่ "ส่วนเกิน" ไปอีกเช่นกัน (โอย เจ็บจี๊ด)
แน่นอน เราอาจจะกำลังมีความสุขกับสิ่งที่ชอบกว่าและใช่กว่า
แต่ "ของเก่า" ชิ้นนั้นล่ะจะเอาไปไว้ที่ไหน ชั่งกิโลขายซาเล้งเหรอ อ้ายอุ๊ยว่าคงไม่มีใครที่อยากเป็นแค่ "ของเก่า" ที่ถูกทิ้งหรอกนะ
ลองเป็นเราบ้างที่ถูกแฟนทิ้งเพราะว่าเค้าไปเจอคนที่ดีกว่า เราจะรู้สึกยังไง
อ้ายอุ๊ยว่า ถึงเราจะเจอ "คนที่ใช่กว่า" หรือ "คนที่ใช่กว่าอีกหน่อย" หรือ "คนที่ใช่ที่สุด" อะไรยังไงก็ช่างป้ามันเถอะ
แค่ "คนที่ใช่" คนเดียวก็ "พอ" แล้วนี่นา
น้องคนเมือง : คมขนาดเลยอ้ายอุ๊ย
อ้ายอุ๊ย : หายข้องใจแล้วเนอะ
น้องคนเมือง : เจ้า ข้อนี้หายสงสัยแระ แต่น้องมีอีกคำถามอ่ะ อ้ายอุ๊ย ๆ ถ้าเฮา...
อ้ายอุ๊ย : หยุด!!!! (ถ้าอยู่ใกล้ ๆ กัน ผมจะเอานิ้วชี้ไปปิดที่ปากเธอด้วย เหมือนในละคร)
น้องคนเมือง : อะหยังเจ้า
อ้ายอุ๊ย : น้องถามอ้ายอุ๊ยมา 2 ข้อแระ ฮื่ออ้ายอุ๊ยถามกลับพ่องสิ (ให้ถามกลับบ้างสิ)
น้องคนเมือง : อะหยังเจ้า
อ้ายอุ๊ย : น้องจะมาแอ่วกรุงเทพฯ เมื่อไร
น้องคนเมือง : คงปิดเทอมหน้าแหละ อ้ายอุ๊ยมีอะหยังกา
อ้ายอุ๊ย : จุ๊ ๆ บ่อต้องถาม พอถึงสุวรรณภูมิแล้ว ขอฮื่อน้องเรียกแท๊กซี่เลยเน่อ
น้องคนเมือง : เฮียกแล้วจะบอกว่าเปิ้นว่าอะหยัง
.
..
...
....
.....
......
.......
........
.........
..........
ไปแพลตตินั่ม!!
ป.ล.1 ช่วงนี้การเรียนเข้มข้นมาก ผมอาจจะหายจาก Exteen ไปซักเดือนนึง ปิดเทอมจะกลับมาฮาแน่นอน (เล่าเรื่องญี่ปุ่นต่อด้วย (โอ มึงยังเล่าไม่จบอีกเหรอ))
ป.ล.2 ขอบคุณ จุ๊บ สำหรับคำปรึกษาเรื่องกำเมือง
ป.ล.3 เพื่อนผมอยากได้มาสด้า 2 (มันเกี่ยวอะไรกับบล๊อคฉันเนี่ย)
ป.ล.4 อ่านถึง ป.ล.4แล้ว ยังไม่กลับไปอ่านภาค 1 อีก ใจแข็งจริง ๆ

#1 By SkyKiD on 2009-08-01 10:59