อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น#15 นาระเมืองกวางน้อย
posted on 08 Sep 2009 10:47 by dekwad in Enjoy-in-Japan
หนีห่าว หว่าอ้ายหนี่
เฮ้ย คนละภาษาแล้วนั่น
สวัสดีครับ ช่วงนี้ผมขอกลับมาเล่า "อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น" อีกครั้ง หลังจากที่หายไปหลายเดือน
ตอนที่แล้ว ผมอยู่ที่ Hakone ไป "ตามล่าหาไข่ดำ" แต่เส้นทางไกลมาก จนเกือบจะเป็น "ไข่ดัน" แทน ลำบากลำบนเดินไปจนถึงที่หมายแล้ว ไข่ดำดันหมดซะอีก
คงให้อารมณ์ประมาณเดินทางไปสวนสัตว์เชียงใหม่เพื่อจะดูแพนด้า แต่แพนด้ากลับประเทศจีนไปแล้ว ประมาณนั้น
ออกจากเมือง Hakone คืนวันนั้นผมเดินทางไปพักที่ Shin Osaka
ถึงประมาณเที่ยงคืน อาบน้ำ จัดของเสร็จ ผมหลับเป็นเจ้าชายนิทราเลยล่ะ (รอเจ้าหญิงมาจุมพิต)
วันนี้เราจะไปเที่ยวเมืองเก่า Nara กัน
ชิดซ้ายหรือชิดขวา?
วันนี้ผมตั้งแต่ 8 โมงเช้า ง่วง+เพลียมากครับ อยากจะนอนต่ออีกซัก 7-8 ชั่วโมง (เกินไป)
ถ้าเป็นตอนเรียนประถม ผมคงแกล้งไม่สบายไปแล้วล่ะ
แต่นี้มาอยู่ถึงแดนปลาดิบ จะให้มาทำงอแงเป็นเด็ก ๆ คงไม่ได้ อายสาวญี่ปุ่นเค้า
หลังจาก have a breakfast เสร็จ พวกเราก็เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี Shin Osaka
ระหว่างทางมีตลาดนัดขายของมือสองเล็ก ๆ บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่เลยถูกดูดเข้าไปในตลาดแห่งนี้
เสียเวลาไปหลายนาทีเหมือนกัน ฮ่า ๆ
ภาพตัดมาที่บันไดเลื่อนในสถานีรถไฟ Shin Osaka
อย่างที่ผมเคยเล่าไปว่าที่ญี่ปุ่นนี่เค้าไม่ได้ขึ้นบันไดเลื่อนกันมั่ว ๆ ซั่ว ๆ อย่างของพี่ไทยเรา
ขึ้นบันไดเลื่อนเมืองไทย จะยืนชิดซ้าย ชิดขวา ตรงกลาง จูงมือแฟน จับราวบันไดทั้งสองข้างประมาณว่านี่บันไดเลื่อนกู อะไรยังก็ได้ ไม่มีใครว่า
แต่ที่ญี่ปุ่น เขาต้องขึ้นแบบแถวตอนโดยชิดฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ประชาชนที่รีบไปธุระจะได้วิ่งขึ้นบันไดเลื่อนอีกฝั่งได้
พวกเราแม้จะเป็นชาวไทยแต่ก็อยู่ญี่ปุ่นมา 4-5 วันแล้ว ผมเคยปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่นี่ไปแล้วล่ะครับ ฮ่า ๆ
ตอนอยู่โตเกียวเค้าขึ้นบันไดเลื่อนชิดซ้ายกัน
มา พวกเรามาขึ้นบันไดเลื่อนแบบชิดซ้ายกันเถอะ
พวกเราชาวไทยสิบกว่าชีวิตขึ้นบันไดเลื่อนชิดซ้ายกันอย่างมั่นใจ
"เอ ทำไมคนที่นี่เค้ามองเราแปลก ๆ นะ หน้าเราเปื้อนอะไรรึเปล่านี่"
พุทโธ่ พุทถัง ชาวไทยกลุ่มนี้หารู้ไม่ว่าที่โอซาก้าเค้าขึ้นบันไดเลื่อน ชิดขวา!!
.
.
.
.
.
ชิทแล้วไง กรู
ยืนตั้งนานแน่ะ กว่าจะรู้
ถ้าผมเป็นชาวญี่ปุ่นที่ใช้บริการรถไฟในวันนั้น ผมคงหงุดหงิดนิดหน่อยน่ะครับ มีชาวไทยอะไรก็ไม่รู้มายืนระเกะระกะเต็มบันไดเลื่อนเลย
สรุปว่าคนโตเกียวขึ้นบันไดเลื่อนชิดซ้าย แต่คนโอซาก้าชิดขวา
คนญี่ปุ่นเหมือนกัน ทำไมไม่ชิดให้เหมือนกันฟะ
คนไทยงงหมด 55+
ป.ล. หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น พวกเราจะใช้เวลาประมาณ 2 นาทีหยุดดูก่อนขึ้นบันไดเลื่อนทุกครั้งว่า "ที่นี่มันชิดซ้ายหรือชิดขวา"
สู่นาระ เมืองกวางน้อย
วันนี้พวกเราจะไปเที่ยวเมืองเก่ากันครับ "เมืองนาระ"
พวกเราต้องนั่งรถไฟจาก Shin Osaka ไปต่อรถที่สถานี Osaka เพื่อเดินทางไปยังเมือง Nara โดยใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง (มั้ง)
จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้คือไปไหว้หลวงพ่อโตแห่งวัดโทไดจิ (Todaiji)
นี่เป็นโรงแรมที่เราพักกันเมื่อคืนครับ
เพิ่งเห็นเหมือนกันว่าโรงแรมมันเป็นยังไง
เมื่อคืนมาถึงก็เที่ยงคืนแระ เช็คอินแบบมึน ๆ งง ๆ
อะไรก็ไม่ทราบ ถ่ายติดมาอยู่ในกล้อง 55+
เช้า ๆ ยังวุ่นวายอยู่เหมือนเดิม ที่ญี่ปุ่นเนี่ย
ดูพนักงานการรถไฟบ้านเค้าสิครับ
ท่าทางจะสับรางเก่งน่าดู ฮิ้ว
(เปรียบกับพนักงานหัวลำโพง เฮ้อ ชีช้ำ)
ในที่สุดเราก็มาถึงเมืองนาระแล้วครับ (หลับมาตลอดทาง)
ที่นี่น่าจะเป็นสวนสาธารณะนาระรึเปล่า ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจ 55+
แต่เมืองนี้ขึ้นเรื่องกวางครับ มีกวางเดินทอดน่องให้เห็นทั่วเลย
ไม่ได้ขังอยู่ในกรงด้วยนะ เดินได้อิสระเสรีประชาธิปไตยมาก
คงเหมือนหมาบ้านเรามั้ง (เหรอ)
"ยินดีต้อนรับ"
(ล้อเล่น ผมแปลไม่ออกหรอก)
น้อง ๆ ผมสนุกสนานกับการให้อาหารกวางมาก
ตื่นเต้นยังกะเห็นแพนด้าแน่ะ
โคมไฟตามทาง
บ้านใคร 55+ (ไม่ต้องบรรยายก็ได้นะ)
ถ่ายกวางแบบใกล้ชิด (กรูไม่ใช่เดอะด๊อก)
ป้ายระวังกวาง
แปลกดีครับ ที่เมืองไทยผมเคยเห็นแต่ ป้ายระวังวัว
สวนสวย อากาศดีมาก ๆ
ต้นซากุระและเงาที่ทอดไปทางทิศตะวันตก (รู้ดีเนอะ)
เด็กให้อาหารกวางตูดขาวอย่างใกล้ชิด ใต้ต้น.....ไม้
ถ่ายทำไมฟะ (กวางถาม)
เดินเล่นกันในสวน
นี่เป็นร้านขายของบริเวณหน้าวัดครับ
ถึงหน้าวัดโทไดจิแล้วครับ
(ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจากหน้าวัดถึงโบสถ์ เข้าไปลึกมากกกกกกกกก)
เคยเห็นแต่หมาวัด
ไม่รู้ว่าหนุ่มญี่ปุ่นที่แอบหลงรักดอกฟ้า จะถูกเรียกว่า "กวางวัด" รึเปล่า
ผมไปเที่ยวมาก็หลายวัด เพิ่งเห็นพระเนี่ย
ไม่ค่อยเห็นพระที่วัดญี่ปุ่นเลย
"ยินดีต้อนรับ"
อีกแระ เห็นป้ายอะไร เอะอะว่ายินดีต้อนรับไว้ก่อน
ถึงแล้วครับ ทางเข้าวัด (ชั้นแรก)
นี่น่าจะขายเก๋าลัก ยังใช้ฟืนอยู่เลย
มโหฬารตระการตามากครับ
ตรงประตูนี้ จะมีรูปปั้นยักษ์อยู่ 2 ตน ประจำอยู่ทั้งซ้ายขวา
นี่เป็นยักษ์ทางซ้าย
นี่เป็นยักษ์ทางขวา
ที่เห็นลิบ ๆ นั่นคือประตูถัดไปครับ
ไกลว่ะ
อยากจะขี่กวางไป
ของขายบริเวณสองข้างทาง
ถึงแล้วครับประตูที่สอง หลังประตูนี้ก็จะเป็นตัววิหารแล้ว
เป็นวัดที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ
นี่เป็นวิหารที่เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตครับ
ใหญ่อลังการ
ซากุระเป็นพวงเชียว
ใหญ่มาก
ลองเทียบขนาดกับคนที่อยู่ข้างล่างสิครับ
ตอนนี้มีลมพัดมาครับ
กลีบซากุระร่วงพรั่งพรูเลยครับ
ยังกะอยู่ญี่ปุ่นแน่ะ (ก็เนี่ย เมิงอยู่ญี่ปุ่น)
จะถ่ายวัดแต่โฟกัสผิด
ล้อเล่นครับ 55+
อยากถ่ายอะไรแบบเท่ ๆ บ้าง
เส้นทางสู่วัด
เริ่มต้องเงยแระ สูงเกิน
เป็นสิ่งที่ประดับบนหลังคาน่ะครับ
หลวงพ่อโตที่พวกเรารอคอย
รู้สึกว่าหลวงพ่อองค์นี้จะเป็นต้นแบบของ "พระใหญ่เมืองไดบุตสึ" ด้วยนะครับ
แต่ที่โน่นจะมีชื่อเสียงมากกว่า
ที่นี่เขาจะกวักควันจากกระถางธูปแล้วสูดเข้าไป
เพื่อความเป็นสิริมงคล (และมะเร็ง)
นมัสการ
หลวงพ่อโต องค์ใหญ่จริง ๆ
แบบจำลองวัดนี้ (มั้ง) 55+
แอบถ่ายจากช่องหน้าต่าง
ที่นี่ จะมีเสาต้นนึงที่มีช่องข้างล่าง
มีเด็ก ๆ และผู้ใหญ่เข้าคิวรอมุดกันเต็มเลย
ผมไม่แน่ใจว่าเขามุดกันทำไม เพื่อความเป็นสิริมงคลหรือเสริมดวงอะไรอย่างนี้รึเปล่า
แต่พวกเรามุด เพราะเห็นเขามุดกันครับ
เห็นอะไรก็ทำตาม ๆ ไป 55+
ฝรั่งคนแรก ผ่าน!!
เอ่อ นี่มามุดเสา หรือ มาเล่นหนังจูออนเนี่ย
น่ารักเชียว
นี่น้องชายผมครับ มุดเสาอยู่โดยมีน้องอีกสองคนให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
ปรากฎว่ามุดไม่ผ่าน ติดพุงครับ
เลยต้องถอยกลับไปท่ามกลางเสียงฮาของนักท่องเที่ยวบริเวณนั้น
ฝรั่งคนนี้ไม่มีลูกครับ
แต่เข็นรถเพื่อให้ตุ๊กตานั่ง
ทำไมวะ!!
ป้ายสวย ๆ
วนออกมาบริเวณด้านนอกแล้วครับ
นี่เป็นประตูที่สองในอีกมุมนึง
มีสามล้อตั้งโชว์ด้วย
พวกเราแวะทานอาหารเที่ยงแถวนั้นครับ
ผมลองชุดข้าวหน้าปลาไหล เรียกว่า อะไรด้ง ๆ นี่แหละ (แต่ไม่ใช่กระด้ง)
รำขนาด
ฮิฮิ
คุนิชิวะ 55+
หลังจากนี้พวกเราก็นั่งรถไฟเมืองนัมบะ
เอนทรี่หน้าผมจะพาทุกคนไปกินปูและเที่ยวชมแสงสีของเมืองนัมบะยามค่ำคืน
สาวเพียบ!!

#1 By ปลาทองหัววุ้น on 2009-09-08 11:05