อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่น#17 เที่ยวที่เกียวโต
posted on 11 Sep 2009 21:29 by dekwad in Enjoy-in-Japan
สวัสดีครับ
ก่อนอื่นผมขอชี้แจงอะไรเกี่ยวกับเอนทรี่ที่แล้วนิดนึงนะครับ (ขำ ๆ)
เนื่องจากเอนทรี่ที่แล้วมีคนติงผมมาเยอะว่าผมถ่ายรูปสาว ๆ มากเกินไปรึเปล่า
บางคนอาจจะคิดเลยเถิดไปว่าผมเป็นพวกโรคจิต แอบถ่าย ปาปารัสซี่ หื่น กาม ฯลฯ
ผมก็ขอยอมรับว่าจริงครับ
เฮ้ย!! ไม่ใช่แระ ผมขอบอกว่าไม่จริงครับ
จริง ๆ แล้วแต่ละสถานที่มันก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ผมซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวก็พยายามเก็บภาพความประทับใจไว้ในรูปแบบของไฟล์ดิจิตอล
อย่างเช่น
ไปสุวรรณภูมิ
ถ่ายเครื่องบิน
ไปวัดอาซากุสะ
ถ่ายโคมแดง
ไปสวนอุเอโน๊ะ
ถ่ายดอกซากุระ
ไปวัดไดบุตสึ
ถ่ายหลวงพ่อไดบุตสึ
ไปดิสนี่แลนด์
ถ่ายเครื่องเล่น
ไปสวนสัตว์เชียงใหม่
ถ่ายลูกแพนด้า "หลินปิง"
ไปกินส้มตำ
ถ่ายพยาธิ!! ..................................................................ว้า ไม่ฮาเลย
เห็นมั้ยครับว่าแต่ละสถานที่ก็มีเอกลักษณ์ของตนเอง ผมก็ถ่ายเก็บไว้
ดังนั้นไม่น่าแปลกที่ผมจะถ่ายสาว ๆ ที่นัมบะมามากหน่อยเพราะสาว ๆ (นุ่งสั้น) ถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้
เอาละ จริง ๆ แล้วที่เขียนมาทั้งหมด ผมแค่อยากเล่นมุก "ถ่ายพยาธิ" เท่านั้นเอง 55+
กลับมาสู่เรื่องของเรากันเถอะ วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวเมืองเกียวโตครับ
เกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น ดังนั้นเมืองนี้จะมีทั้งวัด ทั้งศาลเจ้า สวย ๆ งาม ๆ ทั้งนั้น
ผมเองมาเที่ยวเมืองนี้แค่วันเดียว ซึ่งก็รู้สึกเสียดายเหมือนกัน พลาดสถานที่ท่องเที่ยวไปหลายแห่งแน่ะ ผมว่าเมืองนี้น่าจะเที่ยวซักสองสามวันนะ กำลังดี เที่ยวให้ทั่วเลย
โดยส่วนตัวผมชอบเมืองเกียวโตที่สุดแล้วนะ ผมว่าเมืองนี้มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ดีอ่ะ ชอบ ๆ
วันนี้ผมจะไปเที่ยววัดในเมืองเกียวโต 3 แห่งด้วยกัน นั่นคือ "วัดคินคะคุจิ" "ศาลเจ้าเฮอัน" และ "วัดคิโยมิสึเดระ"
วัดคินคะคุจิ (วัดทอง)
วันนี้พวกเราตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้าเลยครับ เพื่อจะได้เที่ยวเมืองเกียวโตได้อย่างเต็มที่
พอกินข้าวเช้าเสร็จสรรพ ก็ขึ้นรถไฟชินคันเซ็นจากสถานี Shin - Osaka ไปลงยังสถานี Kyoto โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น
นี่ ๆ มีเรื่องเล่าด้วย บนรถไฟขบวนนี้ผมนั่งติดกับสาวญี่ปุ่นคนนึงครับ น่ารักดี เค้าหลับแล้วเอนมาซบผมด้วย ผมนี่ยืดไหล่เต็มที่เลย 55+
แต่เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ
ปกตินั่งรถไฟใช้เวลาเป็นชั่วโมง
แต่พอมีหญิงมาซบ แม่งใช้เวลาแค่ 15 นาที
เฮ้อ!! โชคชะตาชอบเล่นตลกกับกรูนะเนี่ย
สะพานลอยหน้าโรงแรมผมครับ
สร้างสรรค์ดีเนอะ มีทางแยกตรงกลาง เลือกได้ว่าจะไปทางไหน
พลาซ่าด้านบนของสถานีเกียวโต ดูยิ่งใหญ่มาก ๆ
ถึงแว้ว
โรงแรมเกียวโตทาวเวอร์
ตั้งตระง่านอยู่หน้าสถานีเกียวโต
เก็บภาพสาว ๆ ซะหน่อย ตามธรรมเนียม
อารมณ์ดีที่ญี่ปุ่นแต่ละเอนทรี่ไม่มีหญิงไม่ได้ 55+
ตึกช้าง
การเที่ยวในเมืองเกียวโต ต้องเดินทางโดยใช้รถประจำทางเป็นหลัก
ดังนั้นผมแนะนำให้ซื้อตั๋วรถแบบ one day pass (ราคา 500 เยน)
ซึ่งเราสามารถขึ้นรถบัสในเมืองนี้ได้ทุกสาย กี่เที่ยวก็ได้ แต่ต้องใช้ภายในระยะเวลา 1 วัน
วัดแรกของวันนี้ครับ วัดคินคะคุจิ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าวัดทอง
บริเวณทางเข้า 1
ทางเข้า 2
บรรยากาศสวนสวยสไตล์ญี่ปุ่น
นี่แหละครับ วัดทอง
สีทองอร่ามสะท้อนกับน้ำในสระแล้วสวยจริง ๆ วิ๊ง ๆ วับ ๆ ดี
บางคนอาจรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นสถานที่นี้ที่ไหนซักแห่ง
จริง ๆ มันอยู่ในเรื่องอิกคิวซังครับ
ศาลาหลังนี้เป็นสถานที่ที่ท่านโชกุน ชอบเรียกอิกคิวซังมาแกล้งนั่นเอง
เด่นสง่าอยู่กลางน้ำ
แหม เห็นทองแล้วน่าเอามาขาย
ช่วงนี้ทองแพงด้วย
สวย ๆ
ถ่ายรูปกับศาลาทองเสร็จ ก็ต้องเดินไปตามทางขึ้นเขาครับ
นี่ตูมาวัดหรือหรือขึ้นภูกระดึงเนี่ย
ที่โยนเหรียญทำบุญ
เป็นหลักการตลาดที่เจ๋งดีครับ
ถ้าเป็นกล่องบริจาคเฉย ๆ คงไม่ค่อยมีคนใส่
แต่นี่ให้โยน เลยมีคนเข้าคิวโยนเพียบเลย (ผมด้วย)
เกือบจะสวยแระ กลางไปหน่อย
แผ่นไม้สำหรับเขียนคำขอพรครับ ให้ฉลาดเหมือนอิกคิวซัง
แม้แต่หลังคาก็ประณีตบรรจง
ขึ้นแล้วก็ลงครับ
เมื่อยมากกกกกกกกก
เพิ่งเห็นว่าถ่ายซากุระกับฉากสีเข้มก็สวยเหมือนกันเนอะ
เด่นดีอ่ะ
พนักงานประจำป้ายรถบัส ทำงานเกินเงินเดือนมากครับ
ป้ายรถบัสที่นี่สามารถดูได้ว่ารถบัสสายไหนจะมาเป็นคันถัดไป
บ้านเราน่าจะมีมั่งเนอะ
นอกจากป้ายรถบัส ตัวรถบัสก็เจ๋งไม่แพ้กัน
ไม่มีกระเป๋ารถเมล์มาเคาะก๊อกแก๊กเก็บเงินแต่ใช้เป็นแบบหยอดเหรียญ+เสียบบัตรแทน
เวลาถึงป้ายและมีคนลง ตัวรถก็จะเอนซ้ายนิดนึงเพื่อให้คนลงง่ายขึ้น
แต่รถเมล์ที่ไหนก็สู้รถเมล์เมืองไทยไม่ได้แระ
เวลาคนจะลง แม่งเสือกออกรถ
ไอ้ห่า
สนามเบสบอล เคยเห็นของจริงก็คราวนี้แหละ
ศาลเจ้าเฮอัน
หลังจากออกจากวัดทองก็นั่งรถบัสต่อยังศาลเจ้าเฮอัน
ตอนแรกว่าจะไปวัดเงิน แต่ตอนที่ผมไปเขาปิดซ่อมอะไรซักอย่างพอดี เลยมาศาลเจ้านี้แทน
โดยส่วนตัวผมชอบศาลเจ้านี้นะ ผมว่าถ่ายรูปออกมาสวยดี 55+
ตัวตึกสีแดง หลังคาสีเขียว ผมล่ะชอบจริง ๆ
ทางเข้าศาลเจ้าครับ ยิ่งใหญ่ตระการตา
ทางซ้ายมีสวนซากุระด้วย เดี๋ยวจะพาเข้าไปชม
ตัวศาลเจ้าเฮอัน
อย่าลืมเข้าไปไหว้นะครับ
แผ่หลาไปตาม ๆ กัน
น้องภูริน (เสื้อแขนยาว) กับน้องภูมิ (เสื้อแดง)
แผ่นไม้ขอพร
แผ่นไม้ขอพร 2
สวย ๆ
ภาพนี้สีสดจริง ๆ
สีวัดตัดกับสีท้องฟ้ามาก ๆ
อะไรไม่รู้
วัดแดง หลังคาเขียว ซากุระชมพู
โคมสวย ๆ
นี่น่าจะเป็นทางเข้าสวนซากุระ
ต้องเสียค่าเข้าชมนิดหน่อยด้วยครับ
ถ้ามาหน้าอื่นอาจไม่ค่อยมีอะไร
แต่ถ้ามาหน้าซากุระ ห้ามพลาดที่นี่เลยนะครับ มีซากุระเยอะและสวยมาก ๆ
ชอบสีจริง ๆ
นี่แหละครับ สวนซากุระ
แต่ผมถ่ายมาไม่ค่อยสวยเท่าไร
จริง ๆ แล้วสวยกว่านี้เยอะมากกกกกกกกกกกก
ซากุระบานสะพรั่งเต็มสวนเลยครับ
เหมือนมาอยู่อีกโลกนึง โลกแห่งดอกซากุระ
เวลาลมพัดมาทีนึง กลีบซากุระสีชมพูก็ร่วงปลิวลงมา สวยมาก ๆ
คราวหน้าจะพาแฟนมาด้วย (เมื่อไร?)
เยอะจริง
นอกจากดอกซากุระก็มีต้นไม้สวย ๆ เยอะเลยครับ
เดินเพลินกันเลยทีเดียว
ซากุระ
เต็มต้นเลย
สวนอันร่มรื่น
สังเกตที่พื้นนะครับ
ชีวิตโรยด้วยดอกซากุระจริง ๆ
วัดน้ำใส คิโยมิสึเดระ
หลังจากเดินชมซากุระกันอย่างเต็มอิ่ม เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับการมาญี่ปุ่นครั้งนี้จริง ๆ
พวกเราก็นั่งรถบัสต่อไปยังวัดน้ำใส
วัดนี้ตั้งอยู่บนเขาครับ ต้องถ่อสังขารขึ้นเขาอีก
แต่สองข้างทางขึ้นวัดนี้จะเต็มไปด้วยร้านขายของครับ
เมื่อยเพราะยืนรอสาว ๆ ชอปปิ้งมากกว่าเมื่อยเพราะขึ้นเขาซะอีก
จำได้ว่าเมื่อยมากครับ เดินทั้งวันยังต้องมาขึ้นเขาอีก
บรรยากาศร้านขายของสวย ๆ งาม ๆ ทั้งสองข้างทาง
มีคนเพียบเลยครับ
ขึ้นมาจนสุดก็ถึงวัดน้ำใส
แทบทรุด
ศาลเจ้าตั้งอยู่บนเขา
บรรยากาศญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น
พอเข้าสู่ตัววัด ก็ต้องขึ้นวัดอีก - -"
หอระฆัง
เจดีย์ซันจุโนโตะ
ตั้งเด่นอยู่กลางวัด
น่าจะมีปางประทานแฟนเนอะ
ผมจะสักการะเช้าเย็นเลย 55+
แผ่นไม้ขอพรที่ผมชื่นชอบ ต้องถ่ายกลับมาทุกวัด
ก่อนเข้าวัดก็ต้องบ้วนปาก ล้างมือล้างไม้ ทำความสะอาดร่างกาย
สาวน้อยในชุดกิโมโน
สาวญี่ปุ่นมักจะใส่ชุดกิโมโนซึ่งเป็นชุดประจำชาติออกมาเดินเล่นตามวัดต่าง ๆ
ผมว่าเป็นอะไรที่น่ารักดีนะ
อยากเห็นคนไทยใส่ชุดไทยเดิมออกมาเดินบ้าง
คงจะน่ารักดี (นี่พูดจริง ๆ นะเนี่ย น่าอนุรักษ์ไว้ดีออก)
ผมเห็นว่าน่าสนใจดี เลยเดินขึ้นไปดูครับ
ใครไม่รู้ ยกมือไหว้ไปก่อน 55+
แต่น แต๊น
บนนี้มีก้อนหินทำนายรักด้วยครับ
กติกาก็คือต้องเดินหลับตาจากก้อนหินก้อนนึงไปยังอีกก้อนนึง
ถ้าทำได้ แสดงว่าคุณกำลังจะได้พบเนื้อคู่
จากก้อนนี้ ไปยังอีกก้อนนึง ตรงที่มีคนยืนอยู่น่ะ
น้อง ๆ ผมทำสำเร็จกันทุกคนเลยครับ
พอผมจะทำนายรักบ้าง แม่งดันมีนักท่องเที่ยวมายืนขวางเต็มเลย
คือไม่มีทางเดินทางไปถึงอีกฝั่งได้แน่ ๆ
เอ่อ ผมเข้าใจแล้วล่ะครับ ว่าท่านเทพเจ้าต้องการจะสื่ออะไร T T
ผมชอบภาพนี้นะ มันดูมีอะไรในภาพดี น่าจะซูมอีกหน่อย
อาทิตย์ยามเย็น
เจ้าแม่กวนอิม
ขอพรกันตามอัธยาศัย (ขอผ่านบล๊อคก็ได้นะ แบบออนไลน์)
นี่เป็นที่มาของชื่อวัดน้ำใสครับ ถือเป็นจุดสำคัญของวัดนี้
ที่ศาลานี้จะมีน้ำไหลลงมา 3 สาย
สายที่ 1 ใครดื่มเข้าไปจะประสบความสำเร็จด้านการเรียน
สายที่ 2 สมหวังเรื่องความรัก
สายที่ 3 เกี่ยวกับสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน
ว่าแล้วก็จัดการดื่มน้ำทั้ง 3 สายกันให้ชื่นปอด เน้นสายที่ 2 หน่อยแล้วกัน
คนอกหักรักคุดอย่างผม อยากจะใส่ขวดกลับมากินที่บ้านเลยด้วยซ้ำไป 55+
เกียวโตทาวเวอร์ยามค่ำคืน
พวกเราแวะทานข้าวกันบนตึกบนสถานีเกียวโตครับ
ชั้น 11 หรืออะไรเนี่ยแหละ จำไม่ค่อยได้แระ
มีร้านอาหารเยอะมาก น่าทานทั้งนั้น
น้าผมทานเนื้อย่างเลื่องชื่อที่ร้านแห่งนึง
ส่วนผม ข้าวหน้าปลาไหล อะไรด้ง ๆ เหมือนเดิมครับ
เห็นว่าที่นี่ขึ้นชื่อ (ใครว่าก็ไม่รู้อ่ะ สั่ง ๆ ไปก่อน)
เหนื่อยมาทั้งวัน กินอาหารดี ๆ ซักมื้อก็สบายแล้ว
วันนี้เป็นวันที่ผมประทับใจมากครับ ชอบเมืองเกียวโตมาก ๆ
ผมพลาดสถานที่สำคัญ ๆ หลายแห่งเหมือนกัน
อย่างที่บอกไปน่าจะเที่ยวที่นี่ซักสองสามวัน ถึงจะเที่ยวทั่ว
ส่วนพวกเราก็นั่งรถไฟชินคันเซ็นกลับโรงแรม โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น
แล้วอีกหนึ่งวันที่ญี่ปุ่นของพวกเราก็ผ่านพ้นไป
เหนื่อยจริง ๆ เอนทรี่นี้
แต่ผมจะพาทุกคนเที่ยวญี่ปุ่นต่อไป ผมสัญญา


#1 By Nart on 2009-09-11 21:33